แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศูนย์รักษาความสงบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศูนย์รักษาความสงบ แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557
สรุปผลการประชุม ศรส. เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๗
ศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. มีผลการประชุมสมควรแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบ ดังนี้
๑. ศรส.ได้รับรายงานผลการดำเนินคดีกรณีกลุ่มแนวร่วม กปปส. ที่นำโดยนายระวี มาศฉมาดล กับพวก เข้าปิดล้อม บุกรุกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง เป็นคดีหมายเลขดำที่ ๕๕๗/๒๕๕๗ ซึ่งบัดนี้ ศาลแพ่งได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยวินิจฉัยว่า การปิดล้อม บุกรุกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริเวณกระทรวงพลังงานนั้น เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการใช้สิทธิเกินสมควรของการชุมนุม จึงมีคำสั่งให้จำเลยซึ่งก็คือ แกนนำ กปปส. พร้อมกับผู้ร่วมชุมนุมเปิดทางเข้าออกอาคารของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รวมทั้งให้ออกไปจากพื้นที่โดยรอบอาคาร และขนย้ายทรัพย์สินและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการชุมนุมหรืออยู่ในที่ชุมนุมออกไปจากบริเวณที่ชุมนุมและพื้นที่โดยรอบอาคาร จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
ศรส.เห็นว่า แนวทางการดำเนินคดีเช่นนี้ สมควรนำไปใช้กับสถานที่ราชการและภาคธุรกิจที่ถูกแกนนำ กปปส. นำมวลชนไปปิดล้อม บุกรุก ให้ได้รับความเสียหาย โดยในส่วนของหน่วยงานราชการนั้น ศรส.ได้แจ้งกำชับให้ดำเนินการเป็นการเร่งด่วนแล้ว
๒. ศรส.ขอประณามการกระทำของแกนนำ กปปส. โดยเฉพาะนายอุทัย ยอดมณี และนายนิติธร ล้ำเหลือ กับพวก ที่ได้นำเอามวลชนไปชุมนุมปิดล้อมด้านหน้าสถานทูตต่าง ๆ เช่น จีน อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้ โดยเฉพาะที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย มีการกล่าวปราศรัยโจมตีเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ รวมถึงกระทำการฉีกแถลงการณ์และโปรยเศษกระดาษเข้าไปในแนวรั้วของสถานทูต ซึ่งแกนนำ กปปส. ได้เคยกระทำการในลักษณะนี้ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกามาแล้วเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ โดยปิดล้อมและปราศรัยโจมตีรัฐบาลสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่าแทรกแซงการบริหารราชการของรัฐบาลไทย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเรียกตัวเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยกลับไป และให้ส่งเอกอัครราชทูตคนใหม่มาปฏิบัติหน้าที่แทน ซึ่งการกระทำดังกล่าว นอกจากจะเป็นความผิดต่อกฎหมายอาญาฐานกระทำการดูหมิ่นผู้แทนรัฐต่างประเทศ ตามมาตรา ๑๓๔ แล้ว ยังเป็นการกระทำที่สมควรถูกประณามอย่างยิ่ง เพราะเป็นการกระทำโดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีของประชาชนทั้งสองประเทศ ซึ่งมีความสัมพันธ์อันยาวนานถึง ๑๗๗ ปี เป็นการไม่ให้เกียรติต่อสถานที่และผู้แทนทางการทูต ซึ่งไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง
๓. ศรส.ได้รับรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา บริเวณใกล้กับที่ชุมนุมของ กปปส. มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถูกประชาชนที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ ๒ คน โดยวิถีกระสุนปืนถูกยิงมาจากในบริเวณสวนลุมพินีที่มีการชุมนุม ซึ่งศรส.ได้แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนตลอดมาว่า บริเวณการชุมนุมและสถานที่ใกล้เคียง ได้มีเหตุร้ายต่อเนื่องตลอดมา โดยถือเป็นพื้นที่อันตรายอย่างยิ่ง ดังเช่นกรณี นายยืม นิลหล้า ที่ไปนั่งพักผ่อนในสวนลุมพินี ใกล้กับบริเวณเวทีชุมนุม แล้วถูกการ์ด กปปส.จับกุมตัวไปซ้อมทำร้าย แล้วมัดตัวไว้ในเต็นท์ของการ์ดนานถึง ๖ วัน ก่อนนำตัวไปโยนทิ้งแม่น้ำบางปะกงเพื่อให้ถึงแก่ความตาย นอกจากนี้ยังมีศพชายไทยอีก ๒ ศพ ถูกทำร้ายแล้วอำพรางทิ้งไว้ในรัศมีใกล้กับบริเวณการชุมนุมอีกด้วย ซึ่ง ศรส.ได้พยายามขอร้องแกนนำ กปปส. ตลอดมาให้ยุติการใช้ความรุนแรง และอย่าเปิดโอกาสให้มีกลุ่มคนร้ายปะปนในการชุมนุม แต่ก็ไม่เป็นผล ในขณะที่ ศรส. และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีข้อจำกัดในการปฏิบัติหน้าที่ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งที่มีข้อห้ามถึง ๙ ข้อ ดังนั้น ในสภาวะเช่นนี้ ศรส.จึงขอร้องพี่น้องประชาชนให้งดเว้นการเข้าร่วมชุมนุมและเข้าไปในพื้นที่ใกล้กับบริเวณที่ชุมนุม เพื่อความปลอดภัยในชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของท่าน
จึงประกาศมาเพื่อทราบทั่วกัน
ป้ายกำกับ:
ศรส. แถลง,
ศรส.แถลงการณ์,
ศูนย์รักษาความสงบ
CMPO's announcement of 07/03/2014
March 7, 2014
At 13:00 hrs. Mr.Tharit Pengdit, Director General, Department of Special Investigation, briefed the press on the outcome of the meeting of the Center For Maintaining Peace and Order (CMPO).
1. Following the Civil Court's ruling indicating that the demonstrations of the People's Democratic Reform Committee (PDRC) at the PTT Public Company and the Ministry of Energy was against the law, the Court has also ordered the protesters to clear the way at the venue and also to move all equipments from the site.
2. The CMPO condemned the PDRC leaders that had led the crowd to blockade several embassies in Bangkok; China, the United Kingdom, the United States, Japan, and Australia. Especially at the US Embassy, the protesters even called for the replacement of the US Ambassador. These actions have not only violated the law of protecting foreign representatives in the country but also affected the relations between Thailand and the US.
3. The CMPO has received a report that 2 innocent people was shot. It was believed that bullets were fired from the Lumpini Park where the PDRC demonstrations located. The incident was in line with the CMPO's warning that the protest sites are dangerous areas. The CMPO wished to encourage the public to not join or pass the protest areas because it could be harmful as same as the case of Mr.Yuem Nillar and the case that 2 bodies were found near the protest sites.
วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
สรุปผลการประชุม ศรส. (เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)
ศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. มีผลการประชุมสมควรแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบ ดังนี้
๑. ศรส.ขอแสดงความเสียใจต่อตำรวจและประชาชนที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศเมื่อเช้าวานนี้ และขอประณามกลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่ปะปนอยู่ในกลุ่มของผู้ชุมนุม แล้วใช้อาวุธสงครามร้ายแรง อันได้แก่ ระเบิดลูกเกลี้ยง ระเบิดเอ็ม ๗๙ ปืนซุ่มยิงความเร็วสูง และปืนสั้นชนิดต่าง ๆ รวมทั้ง แก๊สน้ำตา ระดมยิงเข้าใส่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ เป็นผลให้มีตำรวจและประชาชนเสียชีวิตถึง ๕ คน และบาดเจ็บรวม ๖๘ คน จึงเป็นที่แน่ชัดว่า แกนนำ กปปส.ได้ จงใจและยินยอมให้มีกองกำลังติดอาวุธร้ายแรงเข้าปฏิบัติการดังกล่าว
ศรส.ขอยืนยันว่า การปฏิบัติการของตำรวจชุดควบคุมฝูงชนนั้นปราศจากอาวุธ คงมีเพียงโล่ กระบอง และปืนยิงกระสุนยางเท่านั้น โดยเฉพาะตำรวจได้ปฏิบัติการภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเปิดเผยต่อหน้าสื่อมวลชน และปฏิบัติการเป็นขั้นตอนตั้งแต่การเจรจา การกดดันด้วยกำลังพล และยุทธวิธีต่าง ๆ ซึ่งมิใช่เป็นการใช้อาวุธเข้าสลายการชุมนุมแต่อย่างใด ส่วนภาพทางสื่อมวลชนที่ปรากฏตำรวจถืออาวุธนั้น เป็นอาวุธปืนที่ใช้ยิงกระสุนยางเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตำรวจจำเป็นต้องมีหน่วยสนับสนุนที่มีหน้าที่คุ้มครองป้องกันหากตำรวจชุดควบคุมฝูงชนถูกอาวุธร้ายแรงทำร้าย ซึ่งสามารถกระทำได้ตามกฎหมายเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน แต่การปฏิบัติการเมื่อเช้าวานนี้ ตำรวจหน่วยสนับสนุนก็ไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิงแต่อย่างใด คงมีเพียงการแสดงกำลังและอาวุธเพื่อป้องปรามตามยุทธวิธีเท่านั้น
การที่แกนนำ กปปส. โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้พูดกล่าวหาและบิดเบือนว่า ตำรวจใช้อาวุธทำร้ายผู้ชุมนุม โดยตัดต่อภาพและพูดเท็จ จึงทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ขณะที่สื่อมวลชนต่างประเทศ คือ สำนักข่าว CNN และ BBC ได้เสนอภาพและข่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า มีคนร้ายใช้ระเบิดลูกเกลี้ยง และระเบิดเอ็ม ๗๙ และอาวุธปืนยิงเข้าใส่ตำรวจอยู่ตลอดเวลา โดยตำรวจไม่ได้เตรียมการตั้งรับ จึงต้องบาดเจ็บและเสียชีวิต จนในที่สุดต้องถอนกำลังออกจากบริเวณที่เกิดเหตุ และครั้นเมื่อภาพข่าวได้เผยแพร่ไปจนได้ความจริงปรากฏแก่ประชาชนแล้ว นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แกนนำ กปปส. ก็มากล่าว ขอโทษแก่สื่อมวลชนว่าเป็นความบกพร่องของตนเองที่เขียนบทพูดหรือสคริปต์ ให้นายสุเทพฯ พูดผิดพลาดไป ดังนั้น จึงถือได้ว่า แกนนำ กปปส. จงใจบิดเบือนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ให้ประชาชนเข้าใจผิด
ศรส. ยังได้รับแจ้งข้อมูลว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อเช้าวานนี้ เมื่อมีคนบาดเจ็บและเสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าช่วยเหลือตำรวจและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บเพื่อนำส่งโรงพยาบาล แต่ปรากฏว่าผู้ชุมนุมบางส่วนได้ขัดขวางปิดเส้นทางมิให้รถพยาบาลและเจ้าหน้าที่ทำการลำเลียงช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้อย่างสะดวก ซึ่ง ศรส. มีความห่วงใยในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง
๒. ศรส.ได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาคถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับแกนนำ กปปส. และแนวร่วม กรณีร่วมกันกระทำผิดด้วยการขัดขวางการเลือกตั้ง ด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นการล่วงละเมิดสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยตรง
ขณะนี้มีจำนวนคดีประเภทขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวน ๑๖๒ คดี คดีประเภทเป็นเจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งหน้าที่ไม่จัดการเลือกตั้ง จำนวน๑๗๐ คดี รวมคดีทั้งสิ้น ๓๓๒ คดี และศาลได้ออกหมายจับ ให้แล้วจำนวน ๑๑๐ คน ขณะนี้ได้ตัวมาดำเนินคดีแล้วจำนวน ๓๕ คน
๓. ตามนโยบายของ ศรส. ร่วมกับส่วนราชการต่าง ๆ ได้เห็นถึงความจำเป็นและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากการปิดกรุงเทพมหานครของ กปปส. โดยเฉพาะสถานที่ราชการ ดังนั้น เพื่อให้สถานที่ราชการสามารถกลับมาเปิดให้บริการประชาชนได้ตามเดิม ศรส. ร่วมกับส่วนราชการจึงได้ทำพิธีเปิดสถานที่ราชการต่าง ๆ ที่ถูกปิดให้เริ่มเปิดทำการได้ ขณะนี้สามารถเปิดเพิ่มเติมได้อีก ๕ แห่งได้แก่ กรมการกงสุล กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด กรมการขนส่งทางบก และการสื่อสารแห่งประเทศไทย รวมเปิดส่วนราชการได้ทั้งหมดถึง ๕๓ แห่งแล้ว
จึงประกาศมาเพื่อทราบทั่วกัน
ศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. มีผลการประชุมสมควรแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบ ดังนี้
๑. ศรส.ขอแสดงความเสียใจต่อตำรวจและประชาชนที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศเมื่อเช้าวานนี้ และขอประณามกลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่ปะปนอยู่ในกลุ่มของผู้ชุมนุม แล้วใช้อาวุธสงครามร้ายแรง อันได้แก่ ระเบิดลูกเกลี้ยง ระเบิดเอ็ม ๗๙ ปืนซุ่มยิงความเร็วสูง และปืนสั้นชนิดต่าง ๆ รวมทั้ง แก๊สน้ำตา ระดมยิงเข้าใส่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ เป็นผลให้มีตำรวจและประชาชนเสียชีวิตถึง ๕ คน และบาดเจ็บรวม ๖๘ คน จึงเป็นที่แน่ชัดว่า แกนนำ กปปส.ได้ จงใจและยินยอมให้มีกองกำลังติดอาวุธร้ายแรงเข้าปฏิบัติการดังกล่าว
ศรส.ขอยืนยันว่า การปฏิบัติการของตำรวจชุดควบคุมฝูงชนนั้นปราศจากอาวุธ คงมีเพียงโล่ กระบอง และปืนยิงกระสุนยางเท่านั้น โดยเฉพาะตำรวจได้ปฏิบัติการภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเปิดเผยต่อหน้าสื่อมวลชน และปฏิบัติการเป็นขั้นตอนตั้งแต่การเจรจา การกดดันด้วยกำลังพล และยุทธวิธีต่าง ๆ ซึ่งมิใช่เป็นการใช้อาวุธเข้าสลายการชุมนุมแต่อย่างใด ส่วนภาพทางสื่อมวลชนที่ปรากฏตำรวจถืออาวุธนั้น เป็นอาวุธปืนที่ใช้ยิงกระสุนยางเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตำรวจจำเป็นต้องมีหน่วยสนับสนุนที่มีหน้าที่คุ้มครองป้องกันหากตำรวจชุดควบคุมฝูงชนถูกอาวุธร้ายแรงทำร้าย ซึ่งสามารถกระทำได้ตามกฎหมายเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน แต่การปฏิบัติการเมื่อเช้าวานนี้ ตำรวจหน่วยสนับสนุนก็ไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิงแต่อย่างใด คงมีเพียงการแสดงกำลังและอาวุธเพื่อป้องปรามตามยุทธวิธีเท่านั้น
การที่แกนนำ กปปส. โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้พูดกล่าวหาและบิดเบือนว่า ตำรวจใช้อาวุธทำร้ายผู้ชุมนุม โดยตัดต่อภาพและพูดเท็จ จึงทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ขณะที่สื่อมวลชนต่างประเทศ คือ สำนักข่าว CNN และ BBC ได้เสนอภาพและข่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า มีคนร้ายใช้ระเบิดลูกเกลี้ยง และระเบิดเอ็ม ๗๙ และอาวุธปืนยิงเข้าใส่ตำรวจอยู่ตลอดเวลา โดยตำรวจไม่ได้เตรียมการตั้งรับ จึงต้องบาดเจ็บและเสียชีวิต จนในที่สุดต้องถอนกำลังออกจากบริเวณที่เกิดเหตุ และครั้นเมื่อภาพข่าวได้เผยแพร่ไปจนได้ความจริงปรากฏแก่ประชาชนแล้ว นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แกนนำ กปปส. ก็มากล่าว ขอโทษแก่สื่อมวลชนว่าเป็นความบกพร่องของตนเองที่เขียนบทพูดหรือสคริปต์ ให้นายสุเทพฯ พูดผิดพลาดไป ดังนั้น จึงถือได้ว่า แกนนำ กปปส. จงใจบิดเบือนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ให้ประชาชนเข้าใจผิด
ศรส. ยังได้รับแจ้งข้อมูลว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อเช้าวานนี้ เมื่อมีคนบาดเจ็บและเสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าช่วยเหลือตำรวจและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บเพื่อนำส่งโรงพยาบาล แต่ปรากฏว่าผู้ชุมนุมบางส่วนได้ขัดขวางปิดเส้นทางมิให้รถพยาบาลและเจ้าหน้าที่ทำการลำเลียงช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้อย่างสะดวก ซึ่ง ศรส. มีความห่วงใยในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง
๒. ศรส.ได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาคถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับแกนนำ กปปส. และแนวร่วม กรณีร่วมกันกระทำผิดด้วยการขัดขวางการเลือกตั้ง ด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นการล่วงละเมิดสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยตรง
ขณะนี้มีจำนวนคดีประเภทขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวน ๑๖๒ คดี คดีประเภทเป็นเจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งหน้าที่ไม่จัดการเลือกตั้ง จำนวน๑๗๐ คดี รวมคดีทั้งสิ้น ๓๓๒ คดี และศาลได้ออกหมายจับ ให้แล้วจำนวน ๑๑๐ คน ขณะนี้ได้ตัวมาดำเนินคดีแล้วจำนวน ๓๕ คน
๓. ตามนโยบายของ ศรส. ร่วมกับส่วนราชการต่าง ๆ ได้เห็นถึงความจำเป็นและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากการปิดกรุงเทพมหานครของ กปปส. โดยเฉพาะสถานที่ราชการ ดังนั้น เพื่อให้สถานที่ราชการสามารถกลับมาเปิดให้บริการประชาชนได้ตามเดิม ศรส. ร่วมกับส่วนราชการจึงได้ทำพิธีเปิดสถานที่ราชการต่าง ๆ ที่ถูกปิดให้เริ่มเปิดทำการได้ ขณะนี้สามารถเปิดเพิ่มเติมได้อีก ๕ แห่งได้แก่ กรมการกงสุล กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด กรมการขนส่งทางบก และการสื่อสารแห่งประเทศไทย รวมเปิดส่วนราชการได้ทั้งหมดถึง ๕๓ แห่งแล้ว
จึงประกาศมาเพื่อทราบทั่วกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


