แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เฉลิม อยู่บำรุง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เฉลิม อยู่บำรุง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2557

ผอ.ศอ.รส.ห่วงการชุมนุม กปปส.-นปช. ที่ออกมาเคลื่อนไหวช่วงเวลาเดียวกัน ยืนยันไม่สลายการชุมนุม


ผอ.ศอ.รส.เผยเป็นห่วงการชุมนุม 2 กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวช่วงเวลาเดียวกัน ยืนยันไม่สลายการชุมนุม พร้อมระบุการย้ายพื้นที่ชุมนุมของ กปปส.จากสวนลุมพินีไปถนนราชดำเนิน เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่อย่าทำผิดกฎหมายหรือกีดขวางการจราจร

วันนี้ (30 เม.ย.57) เวลา 10.40 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์กรณีที่กลุ่ม กปปส.ประกาศจะย้ายการชุมนุมจากเวทีสวนลุมพินีไปที่ถนนราชดำเนินว่า เป็นสิทธิของผู้ชุมนุมที่จะย้ายการชุมนุมได้ แต่อย่าทำผิดกฎหมาย หากไปกีดขวางการจราจร ประชาชนจะมีความรู้สึกไม่ศรัทธา ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ชุมนุม อย่างไรก็ตามการดำรงอยู่ของกลุ่มผู้ชุมนุมจะชนะหรือแพ้ไม่ได้อยู่ที่สถานที่ แต่อยู่ที่เหตุผล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ก็กลับไปกลับมา เมื่อคืนที่ผ่านมาตนได้นำคำปราศรัยทั้งหมดของนายสุเทพในระยะ 1 เดือนมาวิเคราะห์พบว่าปราศรัยไม่มีสาระ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง บอกว่าชุมนุมสงบ เปิดเผย ปราศจากอาวุธ แล้วเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งสังคมจะตัดสินได้ และขอวิเคราะห์ว่าถ้านายสุเทพเดินทรงนี้ไม่ชนะ อย่างไรก็ตาม ตนห่วงใยเรื่องการดูแลความปลอดภัยเพราะมีผู้ชุมนุม 2 กลุ่มทั้ง นปช. และ กปปส. โดยห่วงว่าจะมีการสร้างสถานการณ์ จึงได้ประชุมร่วมกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจนครบาลอย่างละเอียดถี่ถ้วน

“ผมขอถามบ้างว่าถ้านายสุเทพรู้ว่าทำไปแล้วไม่ชนะ ทำทำไม? ชนะแล้วจะได้เป็นอะไร? เป็นรัฏฐาธิปัตย์ก็เป็นไม่ได้ ผิดกฎหมาย ไปสู่การเลือกตั้งเถอะ พอเลือกตั้งเสร็จก็อยู่สั้น ๆ แล้วปฏิรูป ยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ดีกว่า” ผอ.ศอ.รส. กล่าว

ผอ.ศอ.รส. กล่าวด้วยว่าจะดูแลการชุมนุมของ กปปส. ที่ถนนราชดำเนินกับการชุมนุมของ นปช. ที่ถนนอักษะ โดยจะไม่ยอมให้มาถึงกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะไม่ยอมให้วิ่งไปตีไปชกกัน ถนนราชดำเนินไกลจากถนนอักษะ จะมีการตั้งด่านตำรวจหลายด่าน การที่นายสุเทพย้ายการชุมนุมไปถนนราชดำเนินนั้นตนอ่านนายสุเทพไม่ออก แต่มองว่าไม่ควรมีม็อบตั้งแต่เริ่มต้นอยู่แล้ว นายสุเทพเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อยู่ ๆ มาเรียกร้องเผด็จการ แต่วิเคราะห์ได้ว่าคงมีหลายปัจจัย เช่น พรรคพวกน้อยลง โรงแรมดุสิตธานีก็เจ๊งถ้านายสุเทพอยู่ต่อ ไม่มีคนเข้าพัก แขกต่างประเทศยกเลิก นายสุเทพแสดงมาดว่าที่ย้ายมาเพื่อชัยชนะ ขอยืนยันว่าไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าม็อบชนะหรือแพ้ แต่อยู่ที่เหตุผล ทั้งนี้ ขอย้ำว่าไม่สลายม็อบ นายสุเทพสบายใจได้ ไม่ต้องมาท้าทาย นายสุเทพมีเบื้องหลัง ต้องให้อ่อนแรงไปเอง ที่นายสุเทพออกมารณรงค์จะได้แนวร่วมมากน้อยแค่ไหนตนไม่มั่นใจ แต่เชื่อว่าคนอย่างนายสุเทพจะเป็นผู้นำคนกรุงเทพฯ ไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การปราศรัยของนายสุเทพมื่อคืนนี้ระบุว่า ศอ.รส.จะไปปิดล้อมการชุมนุมที่สวนลุมพินี โดย ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า "จะไปล้อมทำไม? กปปส. แพ้แล้ว พรรคพวกแตกกันหมดแล้ว เงินทองร่อยหรอ ศอ.รส.จะไปหาเรื่องทำไม ศาลก็มีคำสั่งว่าห้ามสลายม็อบ ถ้าไปคือไปจับผู้ต้องหาตามหมายจับคดีกบฏ ซึ่งเร็ว ๆ นี้หมายจับจะออกมาครบ เป็นคนละเรื่องกับการสลายม็อบ"

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่กลุ่มผู้ชุมนุมมีการระดมมวลชนในสัปดาห์หน้าซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่องค์กรอิสระจะตัดสินคดีความของนายกรัฐมนตรี? ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า "นายสุเทพพูดเหมือนว่าตัวเองรู้ธง แต่ตนไม่ทราบว่านายสุเทพรู้จริงหรือไม่ เชื่อว่าอย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้ง ที่นายสุเทพบอกว่าจะเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการนั้นเป็นการเพ้อ เป็นไปไม่ได้"

ส่วนกรณีที่กองทัพบกออกมาแสดงความเป็นห่วงเกรงว่าจะมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์ นั้น ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ขณะนี้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อยู่ระหว่างหารือกับกองทัพ ซึ่งยืนยันว่าทหารและตำรวจยังสามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้ดี ไม่มีความขัดแย้งแต่อย่างใด

วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2557

ผอ.ศอ.รส.สั่งการตำรวจเตรียมพร้อมรับสถานการณ์กรณี กปปส.ประกาศเคลื่อนไหวขั้นแตกหัก


ผอ.ศอ.รส.สั่งการรอง ผบ.ตร.เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจรองรับสถานการณ์กรณี กปปส. ประกาศชุมนุมเคลื่อนไหวขั้นแตกหัก เตรียมประชุมตำรวจนครบาลทั้งหมดช่วงบ่ายวันนี้ ย้ำไม่การสลายการชุมนุม เผยยังไม่ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3

วันนี้ (30 เม.ย.57) เวลา 10.45 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์ว่า ศอ.รส. จะยังไม่มีแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ออกมา ขอรอติดตามสถานการณ์อีกระยะหนึ่ง โดยยังมั่นใจว่าใครจะทำอะไรที่ไหนก็เป็นสิทธิที่จะเคลื่อนไหว สุดท้ายต้องจบลงด้วยการเลือกตั้ง เพราะประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ไม่ยอมรับวิธีการอย่างอื่น ส่วนตัวขอยืนยันว่าตนก็ประท้วงเป็น ปราศรัยเป็น ถ้ามีนายกรัฐมนตรีมาจากนอกกรอบ นอกระบบ ก็ขอให้ดูตนบ้าง ตนไม่ได้ทำแบบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่เป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด แต่เรียกร้องอำนาจนอกระบบ ตนยังยืนยันในแนวทางการเลือกตั้งให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าจะเอาใครมาเป็นรัฐบาล แล้วปฏิรูปการเมือง ยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ และหากจะมีคนคัดค้านการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีก็ต้องหารือกับฝ่ายทหาร ส่วนการดูแลภายนอกถ้ารัฐบาลใช้ ศอ.รส.ก็จะเรียบร้อยไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ตนไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศและไม่เห็นด้วยกับการปฏิรูปตำรวจระดับผู้บังคับการจังหวัดไปขึ้นกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด

ผู้สื่อข่าวถามถึงการหารือระหว่างรัฐบาลกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ในวันพรุ่งนี้ควรจะได้ข้อยุติในเรื่องวันเลือกตั้งหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่าส่วนตัวแล้วไม่ได้ก้าวล่วงในเรื่องนี้เพราะนายกรัฐมนตรีไม่ได้มอบหมาย แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วต้องไปสู่การเลือกตั้ง ไปแนวทางอื่นไม่ได้เพราะทั่วโลกไม่ยอมรับ ประเทศในอาเซียนกำลังลังเลว่าประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น เพราะ 9 ประเทศเขาเรียบร้อยหมด พม่าก็ยกย่องนางอองซาน ซูจี เพราะมาจากการเลือกตั้ง แล้วประเทศไทยจะกลับไปสู่เผด็จการหรืออย่างไร?

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ฝ่ายการเมืองยังสามารถที่จะแก้ปัญหาได้หรือไม่? ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ไม่ใช่มีปัญหาเพราะนักการเมือง แต่มีปัญหาเพราะพวกที่อยู่ข้างหลังอยากมีอำนาจ อยากเรียนทางลัด อยากเป็นนายกฯ ที่ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง มีนักวิชาการส่วนหนึ่งที่หวังส้มหล่น ตนอยากเห็นว่า นายสุเทพจะทำอย่างไรวันพรุ่งนี้ (30 เม.ย.) ถ้าแตกหักก็แตกหัก บ่ายวันนี้ตนจะประชุมร่วมกับตำรวจนครบาลทั้งหมด โดยได้สั่งการ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ระดมกำลังรอรับการแตกหัก แต่ไม่ไปสลายการชุมนุม คนที่อยู่ข้างหลังนายสุเทพ ถ้าไปไม่ไหวก็ควรเลิก แต่มาทำอึมครึม ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ออกมาเดินสายพบหลาย ๆฝ่าย ตนไม่ขอระบุว่าเป็นใคร แต่ใครก็ตามที่ดำเนินการให้มีการเลือกตั้งก็น่าชื่นชมยินดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า กกต. ยืนยันว่าการหารือกับรัฐบาลในวันพรุ่งนี้จะกำหนดจัดการเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค.57 ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า หน้าที่การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ตามกฎหมาย แต่เมื่อ กกต. ตัดสินใจแล้วจะต้องมาบอกกับรัฐบาลในเรื่องงบประมาณ เรื่องความพร้อม เรื่องการสนับสนุนการเลือกตั้ง ซึ่งถูกต้อง แต่ถ้ารออีก 2 ปี จะยุ่งยาก ผู้สื่อข่าวถามต่อว่านายสุเทพระบุว่าจะขัดขวางการเลือกตั้ง โดยจะยกหีบบัตรหนี ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า “ก็จับ จะเอาไว้ทำไม”

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

ผอ.ศอ.รส.เผยแถลงการณ์ ศอ.รส. ฉบับ 2 วันนี้ ระบุผลการทำงานของ ศอ.รส.จะทำให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ได้ดีขึ้น


วันนี้ (24 เม.ย.57) เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์กรณีที่อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ยื่นฟ้อง ศอ.รส. เกี่ยวกับการออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 จะส่งผลให้นำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ว่า แล้วแต่การวินิจฉัยของศาล ตนมีหน้าที่ต่อสู้คดี ไม่มีความกังวลในเรื่องนี้เพราะมีกรณียุบพรรคเมืองอยู่บ่อย ๆ หากยุบก็ตั้งพรรคใหม่ และตนไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย การออกแถลงการณ์ทำในหน้าที่ ผอ.ศอ.รส. ซึ่งมี พ.ร.บ.ความมั่นคงให้อำนาจ ไม่ได้ทำในนามพรรคเพื่อไทย เป็นคนละเรื่องกัน ไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด และไม่มีอะไรมาบั่นทอน ศอ.รส. ได้โดยเฉพาะตนที่ไม่มีอะไรมาบั่นทอน ได้ เพราะทำไปบนหลักการและพื้นฐานของกฎหมาย การที่เป็น ผอ.ศอ.รส. และกรรมการ ศอ.รส. ถ้าจะมีแนวความคิดเสนอแนะเพื่อให้บ้านเมืองสงบ แต่ไม่มีสิทธิ์เสนอแนะแล้วมาทำหน้าที่ได้อย่างไร โดยวันนี้ ศอ.รส.จะออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ที่มีเนื้อหาชัดเจน ระบุผลการทำงานของ ศอ.รส. ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีความเข้าใจสถานการณ์ดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามความเห็นของ ร.ต.อ.เฉลิม กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติขยายเวลายื่นคำชี้แจงให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ซึ่งในส่วน ร.ต.อ.เฉลิม เป็นผู้หนึ่งที่มีรายชื่อในการให้ข้อมูลสนับสนุนเรื่องนี้ โดย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า “ผมไปก้าวล่วงไม่ได้หรอก เรื่องขยายหรือไม่ขยาย แต่ผมมีสิทธิ์พูด ผมก็เรียนมาเหมือนศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านตัดสินไปอย่างนี้ ถ้าไปถึงตรงนั้นจะเกินไปไหม สมัยนายกฯ สมัคร ตัดสินไว้อย่างนี้ แล้วมาคราวนี้จะไปเป็นอย่างอื่น ถ้าพูดแค่นี้แล้วผิด แล้วจะอยู่กันอย่างไรประเทศไทย ผมไม่เคยคิดว่าเรื่องจะมาเป็นอย่างนี้ ทีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ย้ายพลโท สุรพล เผื่อนอัยกา ทำไมนายอภิสิทธิ์ย้ายได้ แล้วย้าย พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร ได้ ประชาธิปัตย์ทำได้หมด แต่เพื่อไทยทำอะไรผิดหมด ผมจึงบอกว่าถ้าเป็นอย่างนี้จะนองเลือด”

โดย ร.ต.อ.เฉลิม ยังเปิดเผยด้วยว่า กำลังร่างหนังสือเตรียมข้อมูลให้นายกรัฐมนตรี ประกอบการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการโยงไปถึงกรณีสมัยที่ ร.ต.อ.เฉลิม กำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วได้มีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี กรณีดังกล่าวยืนยันได้หรือไม่ว่าการโยกย้ายในครั้งนั้นมีความถูกต้องชอบธรรม โดย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวยืนยันว่ามีความถูกต้องชอบธรรม สมัยนั้นตนจะให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ มาปราบยาเสพติด เพราะ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เก่งเรื่องปราบยาเสพติด แม้กระทั่ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เกษียณราชการแล้วก็ยังมาช่วยงานด้านการปราบปรามยาเสพติด คนเป็นตำรวจรู้กันว่าใครมือถึง ใครใช้ไม่ได้ ใครเหมาะกับทำงานไหน ตนรู้จักตำรวจดี ต้องตัดสินใจสลับออก ไม่เห็นมีอะไรเสียหาย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการโยกย้าย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แทน พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา โดย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนอ่านหนังสือพิมพ์ยังตกใจ ไม่ทราบข้อเท็จจริง ยังพูดไม่ได้ ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ไม่มีหน้าที่คุมตำรวจ หน้าที่กำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน้าที่ของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก.ต.ร.

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีเหตุการณ์ยิงนายกมล ดวงผาสุก หรือไม้หนึ่ง ก.กุนที กวีคนเสื้อแดงเสียชีวิตอย่างอุกอาจเมื่อวานนี้ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่ากำลังติดตามอยู่ โดยหน่วยสืบสวนจะเข้าพบรายงานความคืบหน้าให้ทราบในช่วงเที่ยงวันนี้ ซึ่งตนมีความห่วงใยสถานการณ์ เพราะตนรู้ข้อมูลลึก ๆ แต่ไม่ขอพูด เพราะหากพูดสื่อบางสื่อจะบอกว่าเฉลิมข่มขู่ คดีนี้ยังฟันธงไม่ได้ ต้องรอฟังการรายงานก่อน ซึ่งตนมีความเป็นห่วงทุกคนที่เกี่ยวข้องในทางการเมืองไม่ใช่เฉพาะแกนนำ นปช. ก็ได้แต่เตือนและบอกกัน

ภายหลังการให้สัมภาษณ์ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือต่อ ผอ.ศอ.รส. เพื่อให้ตรวจสอบการ์ดและกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. เนื่องจากมีหลักฐานพบว่ามีการพกพาอาวุธและก่อเหตุความรุนแรง ซึ่งเห็นได้จากการใช้อาวุธปืนกราดยิงที่ถนนแจ้งวัฒนะเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557

ผอ.ศอ.รส.ขอให้ กกต.จัดการเลือกตั้งโดยเร็ว-ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ยันกระแสข่าวแปรรูป กฟผ.ไม่เป็นจริง


ผอ.ศอ.รส.ขอให้ กกต.จัดการเลือกตั้งโดยเร็ว-ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ระบุ กกต. อย่านำพรรคประชาธิปัตย์เป็นตัวตั้ง ยันกระแสข่าวแปรรูป กฟผ.ไม่เป็นจริงตามเลขาธิการ กปปส.ปราศรัย เผยหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินนายกรัฐมนตรีเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด ในฐานะพสกนิกรพร้อมพึ่งพระบารมีขอพระบรมราชวินิจฉัย

วันนี้ (23 เม.ย.57) เวลา 10.05 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์กรณีที่ถูกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยโจมตีอย่างรุนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมารวม 2 เรื่อง โดยเรื่องแรกนายสุเทพบอกว่าตนจะแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ซึ่งเป็นคำพูดที่โกหก ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ เพราะตนคุม กฟผ. เพียง 3 เดือน ทั้งไม่มีหน้าที่คุมด้านเศรษฐกิจ เพียงแต่กำกับดูแล กฟผ. เมื่อเปลี่ยนบอร์ด กฟผ. ตนก็ถูกเปลี่ยนหน้าที่ สิ่งที่นายสุเทพพูดนั้นตนไม่คิดว่าคนที่เคยเป็นรองนายกรัฐมนตรี เคยเป็นรัฐมนตรีจะพูดอย่างนี้ได้ เรื่องที่สอง นายสุเทพด่าตนว่าเป็นเดรัจฉาน ซึ่งตนไม่ขอบอกว่ารับได้หรือรับไม่ได้ โดยครอบครัวตนได้สอนมาว่าคนจะเป็นเดรัจฉานได้ต้องเป็นคนทุจริตคดโกง เอาแผ่นดินของชาติไปเป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัว และต้องไม่คำนึงถึงศีลธรรม คบชู้สาว แต่ตนไม่มีคุณสมบัติดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นเดรัจฉานเหมือนที่นายสุเทพพูด

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองแนวโน้มการจัดการเลือกตั้งจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ภาวนาว่าให้มีการจัดการเลือกตั้ง แต่เมื่อวานนี้ที่ กกต. หารือร่วมกับพรรคการเมืองนั้นพรรคประชาธิปัตย์กังวลเรื่องความปลอดภัยมากไป ตนเคยเป็นตำรวจกองปราบปรามมา 11 ปีรู้ว่าระเบิดพลีชีพจะใช้ต่อเมื่อจะฆ่าคนทีเดียวพร้อมกันมาก ๆ เมื่อวานตามข่าวบอกว่าจะยิงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนตัวแล้วคิดว่าคงไม่ถึงขั้นใช้ระเบิดพลีชีพ เพราะคนจะตายเป็นร้อยคน และคนที่ปาระเบิดก็ตายด้วย ใช้ปืนยิงทีเดียวจบ ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง แต่จะมีคนคิดร้ายกับนายอภิสิทธิ์หรือไม่นั้นไม่ทราบ พวกที่คิดอย่างนี้ถือว่าบ้า ทำให้คนตกใจ มีคนโทรมาถามกันมากโดยได้ตรวจสอบกับหน่วยข่าวแล้วบอกว่าไม่มี คนที่พูดเรื่องนี้ก็ไม่รู้เรื่อง ไม่เคยเป็นตำรวจ ไม่เคยเป็นทหาร แต่พูดในหลักการของการสืบสวนสอบสวน ของความเป็นไปได้ในการประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกาย ไม่มีใครที่จะบ้าไปฆ่าตัวตายเพื่อจะฆ่าคน ๆ เดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองเรื่องนี้ว่าเป็นกระบวนการขัดขวางที่จะไม่ให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ และจะเป็นปัญหาตามมาหรือไม่ที่พรรคการเมืองใหญ่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ไม่เข้าร่วมประชุมกับ กกต. โดย ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ไม่ไปร่วมการหารือ กกต. ก็อย่าไปสนใจ พรรคไหนไม่ไปก็ไม่ต้องประชุม หน้าที่การเลือกตั้งไม่ใช่หน้าที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นหน้าที่ของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้ง อย่าเอาพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นตัวตั้งจนกระทั่งต้องล้มการเลือกตั้ง และถ้าฟังนายสุเทพคนเดียวแล้วยึดโยงประเทศไปหมดก็ยกประเทศให้นายสุเทพไป ส่วนที่ถามว่าวันที่ 20 ก.ค.นี้ อาจเป็นวันที่จัดการเลือกตั้งได้นั้น ความเห็นส่วนตัวยังยืนยันว่าทรงเดิม ถ้าเปลี่ยนวิธีการรับสมัครทางอินเทอร์เน็ตได้ แล้วรัฐบาลขอร้องกองทัพให้ความร่วมมือจัดการเลือกตั้งในพื้นที่หน่วยทหาร และถ้ารัฐบาลมอบหมายให้ทำหน้าที่ตนก็จะทำหน้าที่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ศอ.รส. จะเชิญ กกต. มาเพื่อให้ความมั่นใจเรื่องการดูแลความสงบเรียบร้อยหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า เรื่องอย่างนี้ไม่เชิญ กกต. ต้องมาขอร้อง และขณะนี้ ศอ.รส. กำลังตรวจสอบว่า กกต. ประวิงเวลาหรือไม่ มีเหตุอันควรเชื่อได้หรือไม่ว่าละเลยการจัดการเลือกตั้ง ว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่ ถ้าเข้าลักษณะนี้ก็จะออกแถลงการณ์ เมื่อถามต่อว่า ศอ.รส. เตรียมที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น แจ้งความ กับ กกต. หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ไม่ใช่ วันนี้ยังไม่คิด เพราะ กกต. ขะมักเขม้น แต่ขอฝากบอก กกต. ว่า การตัดสินใจจัดการเลือกตั้งเป็นอำนาจของ กกต. และ กกต. มี 5 คน อย่าให้คนหนึ่งคนมาชี้นำ เพราะคนชี้นำวันนี้สังคมด่า ไปเปิดเครือข่ายสื่อสารทางสังคมดูได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อมูลว่าหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินนายกรัฐมนตรีกรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เกินกว่ารัฐธรรมนูญ ศอ.รส. มีแนวคิดที่จะเสนอนายกรัฐมนตรีคนกลาง ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า “ผมไม่เคยพูด คนที่เอามาบอกเป็นพวกเพ้อเจ้อ ผมบอกว่าถ้าตัดสินเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ก็ต้องพึ่งพระบารมีขอพระบรมราชวินิจฉัย ว่าสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญทำไปถูกต้องหรือไม่ ผมเป็นพสกนิกรเหมือนกัน ถ้าผมทุกข์ร้อนผมก็พึ่งพระบารมี โดยจะทำหนังสือกราบบังคมทูลฯ รายละเอียดข้อเท็จจริง ผมเขียนเป็น และไม่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท และที่บอกว่าผมจะเป็นคนขอทูลเกล้าฯ นายกฯ ด้วยตัวเองนั้นไม่จริง เป็นคนละเรื่อง ผมยังไม่บ้า”

ผอ.ศอ.รส. กล่าวด้วยว่า ในการขอพึ่งพระบารมีจะพิจารณาว่าจะทำเรื่องกราบบังคมทูลฯ ในนามส่วนตัว หรือในนามของอดีต ส.ส. 9 คน โดยไม่ต้องทำในนามของ ศอ.รส. เพราะตนก็เป็นพสกนิกรคนหนึ่งที่ได้รับความทุกข์ร้อนและมีความเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเกินกว่าบทบัญญัติที่รัฐธรรมนูญกำหนด ฝืนมาตรา 181

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่านายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการ ศอ.รส. เป็นผู้เสนอแนวคิดดังกล่าว ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ไม่จริง อย่าไปโทษนายธาริต เป็นเพียงเรื่องที่คิดกัน เมื่อวานนี้ตนก็ได้นำคำสั่งศาลสมัยที่ตัดสินอดีตนายกรัฐมนตรีนายสมัคร สุนทรเวช มาให้ดูว่าครั้งนั้นศาลได้ตัดสินให้อดีตนายกฯ สมัคร พ้นจากหน้าที่คนเดียว คณะรัฐมนตรียังอยู่ครบ ถ้าครั้งนี้บอกว่าออกไปหมด พวกตนก็จะพึ่งพระบารมี แต่ไม่ได้ขอนายกฯ ตนไม่ได้บ้าอย่างนายสุเทพที่จะเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ไม่เคยคิด นายธาริตก็ไม่เคยคิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหมือนกับว่าขณะนี้รัฐบาลได้ฟันธงไปแล้วว่าการตัดสินคดีของนายกรัฐมนตรี มีแนวโน้มที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินว่านายกรัฐมนตรีมีความผิดใช่หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า เรียกว่าเป็นการวิเคราะห์ นายกฯ อาจจะไม่ผิดก็ได้ การประเมินสถานการณ์ข่าวต้องประเมินทางลบไว้ก่อน ถ้าประเมินทางบวกแล้วเป็นลบจะแก้ไม่ทัน ถ้าประเมินทางลบแล้วเป็นบวก ก็จบ เมื่อถามต่อว่า ทำไมจึงมีแนวโน้มออกมาว่าจะพยายามไม่ให้คณะรัฐมนตรีพ้นสภาพไปพร้อมกับนายกฯ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า แล้วสมัยอดีตนายกฯ สมัคร ตัดสินอย่างไร

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557

ผอ.ศอ.รส.ระบุหากมีการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธผิดกฎหมายจะจับกุมทันที เผย ศอ.รส.จะออกแถลงการณ์ฉบับ 2


ผอ.ศอ.รส.ระบุหากมีการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธผิดกฎหมายจะจับกุมทันที ย้ำ กกต. จะต้องรับผิดชอบหากไม่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง เผย ศอ.รส.จะออกแถลงการณ์ฉบับ 2 ชี้ความพยายามของกลุ่ม กปปส.-กลุ่มอื่นที่อยากให้มีการตัดสินให้นายกฯ–ครม.พ้นหน้าที่ทั้งคณะ ไม่สามารถทำได้

วันนี้ (22 เม.ย.57) เวลา 10.10 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขเรียกร้องให้ยุบ ศอ.รส.ว่า เป็นความคิดของข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข ส่วนตัวไม่มีความเห็นตอบโต้ เพราะเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นอำนาจของแพทย์ ส่วนเรื่องที่ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ มีความต้องการตั้งกองกำลังติดอาวุธหลังมีการยิงระเบิดเอ็ม 79 ที่บ้านของปลัดกระทรวงสาธารณสุข แล้วทาง ศอ.รส.ไม่สามารถดูแลได้นั้น หากมีกลุ่มใดก็ตามที่ตั้งกองกำลังติดอาวุธขึ้น โดยไม่มีอำนาจในการตั้ง ตำรวจก็ต้องจับ กองกำลังติดอาวุธจะมีได้ต่อเมื่อกฎหมายอนุญาต จะนึกสนุกตั้งกองกำลังติดอาวุธขึ้นมาเองนั้นไม่ได้ ปืนพกยังต้องมีใบอนุญาต ตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ และไม่นิยมความรุนแรง ถ้าตำรวจพบการกระทำผิดจะจับกุม คดีระเบิดเกิดขึ้นหลายคดี ทั้งที่บ้านพักของตนและที่ ศอ.รส. ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสืบสวนหาตัวผู้ทำผิดต่อไป ส่วนความคืบหน้าของคดีนั้น สาเหตุเกิดจากอะไรยังวิเคราะห์ยาก อย่าไปมองว่าเถียงกับรัฐบาล ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลก็ถูกยิง ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองจะอยู่ไม่ได้ ถ้ารัฐบาลจะดุเด็ดขนาดนี้ไม่ได้ ตำรวจจะสืบสวนสอบสวนจับผู้กระทำผิด ทั้งนี้ ตนให้ความสำคัญกับทุกคดีเหมือนกัน เป็นหน้าที่ของตำรวจและ ศอ.รส. เพราะพลเมืองคนไทยเป็นผู้มีเกียรติทุกคน ใครได้รับความเดือดร้อนก็ต้องดูแล

ผู้สื่อข่าวถามถึงมติที่ประชุม ศอ.รส. วานนี้ที่มอบให้ช่อง 11 และช่อง 9 ถ่ายทอดสดการประชุมหารือระหว่าง กกต. กับพรรคการเมืองในวันนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งขณะนี้ กกต. ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะให้มีการถ่ายทอดสดหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ก็แล้วแต่ กรรมคือการกระทำ กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ตนรู้ว่าปัญหาจะแก้ลงได้ต้องมีการเลือกตั้ง ที่สำคัญที่สุดคือเมื่อ ศอ.รส. รับรู้ รัฐบาลรับรู้ ประชาชนต้องรับรู้ด้วย เพราะอะไรถึงจะมาเหนี่ยวรั้งดึงดันยังไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยและเป็นหัวใจสำคัญ สมควรให้ประชาชนรับรู้

ผู้สื่อข่าวถามว่า กกต. มีความเป็นห่วงว่าพรรคการเมืองจะใช้เวทีนี้ในการหาเสียงและผิดกฎหมาย ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า หากทำผิดกฎหมายก็จับกุมดำเนินคดีไป อย่ากังวล ตนเปิดโอกาสให้โดยใช้อำนาจ ผอ.ศอ.รส. ให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมหารือระหว่าง กกต. กับพรรคการเมือง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนรับรู้ อย่ารับรู้เฉพาะพวกตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวคิดที่จะแจ้งจับ กกต. หาก กกต. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่จัดการเลือกตั้ง ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ไม่ใช่แนวคิดของตน แต่มีการวิเคราะห์โดยฝ่ายกฎหมายของ ศอ.รส. กรมสอบสวนคดีพิเศษ ปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าถ้า กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งแล้วไม่ดำเนินการจัดการเลือกตั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรแล้วควรดำเนินคดีกับ กกต. หรือไม่ ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติ ทั้งนี้ กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งแต่เมื่อถึงเวลาแล้วไม่จัดการเลือกตั้งโดยอ้างเหตุผลที่รับฟังไม่ได้และไม่น่าเชื่อถือ หากเกิดเหตุขัดขวางการเลือกตั้ง กกต. ก็ต้องบอกมายังรัฐบาลเพื่อหารือขอความร่วมมือ ถ้าเลือกข้างนอกแล้วมีการขัดขวาง ก็ขอความกรุณากองทัพให้ช่วยดูแล เพราะการเลือกตั้งไม่มีใครได้ใครเสีย ประชาชนได้ ถ้า กกต. ไม่ดำเนินการจัดเลือกตั้ง กกต. ต้องรับผิดชอบ โดย ศอ.รส. กำลังศึกษาข้อกฎหมายอยู่

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ กกต. จัดการเลือกตั้งช้าในขณะที่พรรคการเมืองอยากให้จัดการเลือกตั้งโดยเร็ว จะถือเป็นช่องว่างในการแจ้งจับ กกต. ได้หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น ถ้า กกต. มีเจตนาจะจัดการเลือกตั้ง แต่ยังล่าช้าติดขัด มีเหตุผล อย่างนั้นต้องเปิดโอกาส หากเป็นกรณีละเลย ละทิ้ง ไม่ดำเนินการจัดการก็เข้าเกณฑ์ โดยต้องดูที่การกระทำ แต่ขณะนี้ยังไม่มีเหตุเท่าที่ควร และมองว่าสุดท้ายแล้ว กกต. ก็ต้องจัดการเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงความเห็นของศาสตราจารย์ ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน ประธานกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ที่ระบุว่าศาลรัฐธรรมนูญมีการวินิจฉัยกว่า 350 คดี แต่ไม่มีกฎหมายรองรับ โดยผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า เรียกว่ากระบวนการพิจารณา ไม่มีกฎหมายรองรับ ตัดสินกันไปเอง ซึ่งตนบารมีไม่ถึง ไม่ขอแสดงความคิดเห็น แต่คนที่เรียนด้านกฎหมายจะทราบ ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยสถานภาพนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความพยายามของกลุ่ม กปปส.และกลุ่มอื่น ๆ ที่อยากให้การตัดสินคดีนายกรัฐมนตรี มีผลให้นายกฯ และคณะรัฐมนตรีพ้นจากหน้าที่ทั้งหมดนั้นมองว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากในอดีตที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีให้พ้นจากหน้าที่นั้น คณะรัฐมนตรียังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไป พร้อมกับยืนยันว่า ศอ.รส.จะออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 และจากนี้ไปหากมีแถลงการณ์ออกมา ศอ.รส. จะใช้การหารือวงเล็กไม่รบกวนกองทัพ โดยกองทัพจะทำหน้าที่เฉพาะด้านความมั่นคง

ผู้สื่อข่าวถามถึงการส่งสัญญาณว่าจะวางมือทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะส่งผลให้พรรคเพื่อไทยพ่ายแพ้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่าส่วนตัวแล้วไม่ได้ยินเรื่องนี้เองจึงไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้บอกตน ต้องถามผู้ที่นำเรื่องนี้มาพูด ตนขอถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ วางมือแบบไหน วางที่ตักเพื่อสร้างความแนบแน่น หรือวางที่ไหล่เพื่อให้ความเชื่อมั่น หรือวางที่เข่าเพื่อเดินหน้าต่อ ซึ่งตนไปตัดสินใจแทน พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ และตนไม่เคยเจอกับ พ.ต.ท.ทักษิณ

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

ผอ.ศอ.รส.ย้ำแถลงการณ์ ศอ.รส.ไม่เป็นการก้าวล่วงอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ-ไม่นำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทย


ผอ.ศอ.รส.ย้ำการออกแถลงการณ์ ศอ.รส.ไม่ได้เป็นการก้าวล่วงอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ และจะไม่นำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทย ระบุจะต่ออายุ พ.ร.บ.มั่นคงหรือไม่ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (21 เม.ย.57) เวลา 10.40 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช. ออกแถลงการณ์ภายหลังจาก ศอ.รส.มีแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เรียกร้องไปถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ศอ.รส. ไม่มีความขัดแย้งกับทั้งสองหน่วยงานดังกล่าว โดย ศอ.รส.มีสิทธิที่จะออกแถลงการณ์บอก ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญว่า ศอ.รส.มีความห่วงใยจากการข่าวที่ว่ามีความพยายามที่จะตัดสินเกินบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ส่วนที่บอกว่าทั้งสองหน่วยงานมีความบริสุทธิ์ยุติธรรม ตนก็ต้องขอขอบคุณ และขอให้มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมจริง ๆ เรื่องจะได้ไม่เกิด ตนเรียนกฎหมายมหาชน นักวิชาการก็บอกว่าทันทีที่ยุบสภาฯ นายกรัฐมนตรีแค่อยู่ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่มีความพยายามบอกว่านายกฯ อยู่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ต้องออกไปเลย และมีการร้องว่าเมื่อนายกฯ ออก ก็ให้คณะรัฐมนตรีพ้นจากหน้าที่ทั้งคณะ ซึ่งตนก็ได้บอกว่าหากทำถึงขนาดนั้นจะเกิดการนองเลือด

“ ผมเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญก็รักบ้านรักเมืองเหมือนกัน ที่ผมออกแถลงการณ์ไป คุณไม่ฟังก็เรื่องของคุณ คุณจะทำอะไรก็เรื่องของคุณ แต่วันหนึ่งอย่ามาเสียใจ แล้วอย่ามาบอกว่า ศอ.รส. มีข่าวแล้วไม่บอกให้ทราบ ถ้าจะข่มขู่จะไปออกแถลงการณ์ทำไม พวกพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่มีงานทำ โดยเฉพาะโฆษกพรรคฯ ให้สัมภาษณ์ว่าผมผิด กบฏในราชอาณาจักร ไปดูกฎหมายประเทศไหน จะไปกบฏอย่างไร ผมแสดงความคิดเห็น ศาลฯ ตัดสินไปตามที่เป็นข่าว แล้ววันนั้นจะรู้ว่านายกฯ ที่มารับหน้าที่ใหม่ นรกมีจริง ไม่เกิน 72 ชั่วโมงบ้านเมืองมีเรื่อง คุณก็มีหน้าที่ ผมก็มีหน้าที่ แต่หน้าที่ต่างกัน ทำไมเราไม่ช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ หรืออยากให้มีการนองเลือด ให้มีการปฏิวัติเหมือนปี 2549 ผมฟันธงว่าทหารไม่ปฏิวัติ ขบวนการ กปปส. ขบวนการส้มหล่น ขบวนการนายกฯ คนกลางที่ตัดสูทไว้แล้ว เตรียมชุดขาวไว้รอ แพ้เรียบ” ผอ.ศอ.รส. กล่าว

ผอ.ศอ.รส. กล่าวด้วยว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญไปตัดสิน แล้วบอกว่านายกฯ ออก และให้คณะรัฐมนตรีออกทั้งคณะ จะเกินบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ จะเกิดการนองเลือด เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ยังอยู่ คนทั้งประเทศที่หนุนพรรคเพื่อไทยและเห็นความไม่เป็นธรรมจะไม่ยอม ซึ่งตนก็มีความห่วงใยจะพยายามไม่ให้เกิดการปะทะ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญยึดหลักบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญให้ถูกต้อง ตรงไปตรงมาเท่านั้น แต่ยากต่อการเดาใจศาลรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันว่าการออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 ของ ศอ.รส. ไม่ได้เป็นการก้าวล่วงอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นการดำเนินการที่ไม่เกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ ศอ.รส. ใช่หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ตามกฎหมายถูกต้องชอบธรรม กฎหมายเขียนชัด ไม่เรียกว่าเป็นการหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลการเมือง ชื่อก็บอกชัดเจน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการต่ออายุพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ พ.ร.บ.มั่นคง ที่จะสิ้นสุดระยะเวลาการประกาศใช้ในวันที่ 30 เมษายนนี้หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี โดยฝ่ายความมั่นคงจะเป็นผู้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี

วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557

ผอ.ศอ.รส.ยืนยันแถลงการณ์ ศอ.รส.เป็นการเสนอทางออกให้ประเทศ ไม่ได้ก้าวล่วงอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ


ผอ.ศอ.รส.ยืนยันแถลงการณ์ ศอ.รส.เป็นการเสนอทางออกให้ประเทศ ไม่ได้ก้าวล่วงอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ย้ำ ศอ.รส.ทำงานคำนึงถึงปลอดภัย-ความสามัคคีของประชาชน ไม่ให้ฝ่ายที่มีความเห็นต่างเกิดการเผชิญหน้ากัน พร้อมเรียกร้องปลัดกระทรวงสาธารณสุขขึ้นเวทีปราศรัยร่วมชุมนุมกับ กปปส. อย่าใช้กระทรวงฯ เป็นฐาน

วันนี้ (18 เม.ย.57) เวลา 10.10 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์ถึงการออกแถลงการณ์ ศอ.รส.เมื่อวานนี้ (17 เม.ย.57)ว่า ไม่ใช่เป็นการก้าวล่วงอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นข้อเสนอแนะว่าอาจเกิดความเสียหายกับบ้านเมือง หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกินขอบเขตรัฐธรรมนูญ และเป็นการบอกเตือนทุกภาคส่วน หากไม่สนใจจะมีเหตุวุ่นวายในบ้านเมืองขึ้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าข้อเสนอแนะดังกล่าว ตนเองไม่มีส่วนได้เสีย และ ศอ.รส.ทำงานคำนึงถึงปลอดภัย และความสามัคคีของประชาชน ไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าของฝ่ายที่มีความเห็นต่าง พร้อมกล่าวย้ำว่าไม่ได้กดดันศาลรัฐธรรมนูญเพราะที่ผ่านมาให้เกียรติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกคน เพราะแต่ละคนมีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครกดดันได้ ส่วนกรณีเสนอให้นายกรัฐมนตรีขอพระบรมราชวินิจฉัยสถานภาพรัฐบาล หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ใช่เป็นการบังคับนายกรัฐมนตรี แต่เห็นว่าเป็นแนวทางที่ดี และขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี ส่วนจะมีการออกแถลงการณ์ ศอ.รส. ฉบับที่ 2 ออกมาอีกหรือไม่ขณะนี้ยังไม่ขอเปิดเผย โดยขอให้ใจเย็น ๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการรายงานจากการข่าวชัดเจนอย่างไรว่าจะเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างสองฝ่ายที่มีความเห็นต่างหลังจากผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญออกมา ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ชัดเจนมาก 100 เปอร์เซ็นต์ โดย ศอ.รส. ได้เตรียมพร้อมระวังไม่ให้เกิดการทะเลาะกัน แต่อาจจะรับไม่อยู่ ซึ่งองค์กรอิสระจะต้องช่วยเรื่องนี้ การที่มวลชนสองฝ่ายจะมาเผชิญหน้ากันเพราะเกิดจากอารมณ์ที่รับไม่ได้ที่อีกฝ่ายทำอะไรก็ไม่ผิด แต่อีกฝ่ายทำอะไรเล็กน้อยก็เหมือนถูกประหารเรื่องการเมือง ถ้าบ้านเมืองเป็นอย่างนี้จะไปไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ต้องเลิกคิดเรื่องส้มหล่น ขอให้มาร่วมมือลงเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามที่นายกรัฐมนตรียื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการยื่นคำชี้แจงกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ออกไปอีก 15 วัน มองว่าสถานการณ์จากนี้ต่อไปจะเป็นอย่างไร ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า แลดูดี ผ่อนคลาย ว่าศาลรัฐธรรมนูญให้โอกาส ทั้งนี้ ตนขอเรียนไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่าหากอยากให้เกิดเหตุรุนแรงก็ให้ตัดสินตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวันเสนอ และตนมองว่ารัฐธรรมนูญเป็นเรื่องการปกครองต้องใช้รัฐศาสตร์เป็นหลักด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าที่ กกต. เลื่อนเวลาจัดการเลือกตั้งออกไปเพื่ออะไร ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่าส่วนตัวแล้ววิเคราะห์ไม่ถูก แต่เห็นว่า กกต. ต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ตนได้เสนอทางออกที่ดีที่สุดคือจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว รัฐบาลใหม่อยู่ไม่นาน ปฏิรูป เอาพิมพ์เขียวมาทำ แล้วยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ ไม่มีทางอื่น

ผอ.ศอ.รส. ยังได้กล่าวฝากถึงนายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ไม่ได้มาร่วมประชุม ที่ ศอ.รส.เมื่อวานนี้ว่า ขอให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขมาขึ้นเวทีปราศรัยร่วมชุมนุมกับ กปปส. ที่สวนลุมพินี อย่าไปใช้กระทรวงสาธารณสุขเป็นฐาน เพราะกระทรวงสาธารณสุขเป็นสมบัติของชาติ ถ้าไม่มาถือว่าไม่แน่จริง แต่ตนไม่เรียกร้องให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขออกจากตำแหน่ง เพราะมองว่าต้องมีคนอย่างปลัดกระทรวงสาธารณสุขอยู่ในราชการ ทั้งนี้ วันที่ กปปส. ไปกระทรวงสาธารณสุขตำรวจรายงานว่าคนที่มาต้อนรับเลขาธิการ กปปส. นั้นขนมาจากสุราษฎร์ธานี 700 คน ส่วนแผนของ กปปส. ที่ระบุว่าจะปิดงานในช่วงเดือนเมษายนนี้แต่อาจต้องชะลอออกไปนั้น เห็นว่า กปปส. ไม่เคยเปิดงานตั้งแต่ต้น ไม่มีใครเอาด้วย กปปส. จบแล้ว

วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2557

ผอ.ศอ.รส. ยืนยันเจ้าหน้าที่จะดูแลการชุมนุมของ กปปส.-นปช.อย่างเท่าเทียมกัน -ไม่ให้มีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุม


ผอ.ศอ.รส.เผยการข่าวยังไม่พบมีการเกณฑ์คนต่างด้าวมาเข้าร่วมชุมนุมวันที่ 5 เม.ย.- ไม่พบมีการติดอาวุธ เจ้าหน้าที่จะไม่ให้มีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุม จะดูแลการชุมนุมของทั้งสองกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน ชี้เป็นห่วงมือที่สามที่จะเข้ามาสร้างสถานการณ์ ย้ำเจ้าหน้าที่ดูแลบ้านพักบุคคลสำคัญ

วันนี้ (4 เม.ย.57) เวลา 10.15 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีกระแสข่าวว่าการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช. ในวันพรุ่งนี้ (5 เม.ย.57) มีการเกณฑ์แรงงานต่างด้าวเข้ามาร่วมชุมนุม ว่า ยืนยันว่าไม่มี โดยเมื่อวานนี้ตนได้หารือกับปลัดกระทรวงแรงงาน และอธิบดีกรมการจัดหางาน พร้อมสั่งการผู้บังคับการตำรวจ และให้แจ้งไปยังเจ้าของโรงงานแล้ว โดยได้สั่งการให้ดูแลเรื่องแรงงานต่างด้าวที่จะเข้าร่วมชุมนุมให้ดี ยืนยันว่าไม่มีการเกณฑ์แรงงานต่างด้าวเข้าร่วมการชุมนุม ทั้งนี้ ประชาชนอาจเคยเห็นภาพแรงงานพม่าในวันหยุดที่จะมีงานรื่นเริงกัน แต่ก็อยู่ในเขตจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจุดการชุมนุมของ นปช. อยู่ในเขตทวีวัฒนา ไกลจากสมุทรสาคร

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุม นปช. จะมีการเคลื่อนที่ออกจากสถานที่ชุมนุมหรือไม่ และได้มีการติดต่อประสานงานกับนายจตุพร พรหมพันธ์ ประธาน นปช. ที่ระบุว่าอาจมีการเคลื่อนไหวมวลชนออกไปในบางจุด หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า แกนนำ นปช. ที่ตนรู้จักยืนยันว่าไม่การมีเคลื่อนที่ จะเป็นการชุมนุมนิ่ง ๆ ส่วนนายจตุพรไม่จำเป็นต้องประสานมายังตน ต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่มี

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าถ้ามวลชนของทั้ง กปปส. และ นปช. มาร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก แล้วแกนนำจะไม่สามารถควบคุมมวลชนของตนได้ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า จากการข่าวรายงานว่าไม่มีการจะมาปะทะกัน โดยทางตำรวจ ทหาร จะไม่ยอมให้มีการปะทะกันโดยเด็ดขาด ซึ่งสถานการณ์ ณ วันที่ 4-5 เม.ย. นี้ยังไว้วางใจได้ โดย ศอ.รส. จะดูแลการชุมนุมของทั้งสองกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน แต่กลุ่ม กปปส. ไม่ค่อยเชื่อฟัง ทำอะไรตามใจชอบ จะล้มรัฐบาลอย่างเดียว และขณะนี้ผู้ชุมนุมเริ่มทยอยเดินทางเข้ามายังพื้นที่ชุมนุมแล้วโดยผู้ชุมนุม นปช. มาจากภาคอีสานมากที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก นปช. มีการเปลี่ยนแผนโดยจะมีการเคลื่อนไปยังสถานที่ต่าง ๆ เช่น สำนักงาน ป.ป.ช. หรือศาล เป็นต้น ศอ.รส. ได้เตรียมการรับมือไว้อย่างไร ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่าได้เตรียมแผนไว้แล้ว จะมีศูนย์อำนวยการร่วมอยู่ใกล้เวทีการชุมนุม นปช. โดยจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหารจำนวนมากดูแล เพราะครั้งนี้เป็นการชุมนุมของสองฝ่าย จะให้มีการทะเลาะกันไม่ได้ รวมทั้งจะไม่ให้เกิดการจลาจล ซึ่งตนจะติดตามสถานการณ์อยู่ใกล้กับพื้นที่ชุมนุมในระยะ 10 นาทีถึงที่หมาย และมอบหมาย พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศอ.รส. อยู่ที่ ศอ.รส. โดยจะมีการรายงานสถานการณ์ให้ตนทราบทุก 30 นาที

ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดประสงค์ในการชุมนุมของ นปช. ในครั้งนี้คืออะไร ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า นปช. ปกป้องประชาธิปไตย ที่สากลทั่วโลกยอมรับ แต่ กปปส. ทั่วโลกไม่เอาด้วย ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กปปส. บอกว่าถ้าไม่มีการปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้งก็จะไม่เลิกชุมนุม แล้ว นปช. มีแนวทางการเคลื่อนไหวอย่างไร ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่และเคารพเสียงส่วนน้อย ตั้งแต่กรีกโบราณพันปีก็ใช้วิธีการนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการข่าวมีการรายงานว่าพบการติดอาวุธของมวลชน นปช. ที่มาจากต่างจังหวัดหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่าไม่มี เขาไม่ได้มาล้มล้างรัฐบาล เขามาสนับสนุนประชาธิปไตย พวกที่มีอาวุธคือพวกที่ล้มล้าง ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การข่าวระบุหรือไม่ว่าจะมีกองกำลังต่างชาติ เช่น กัมพูชา เข้ามาสอดแทรกหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ไม่มี จากไหนก็ไม่มี ตนกับ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ก็คุยกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ศอ.รส. มีความเป็นห่วงมือที่สามที่จะเข้ามาสร้างสถานการณ์หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่าเป็นห่วง จะระมัดระวัง โดยตนได้ย้ำกับผู้คับการตำรวจนครบาล 7 ในเรื่องนี้ ทั้งให้ดูแลบ้านพักบุคคลสำคัญและบ้านของนายสุเทพให้เสมอกัน ไม่ถือว่าใครพิเศษกว่ากัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงการปราศรัยบนเวทีของ นปช. หรือไม่ เพราะ นปช. มีการชุมนุมหลายครั้งที่มีการพูดในลักษณะพาดพิงสถาบัน ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า “ต้องรับผิดชอบกันเอาเอง ผมแนะนำตลอด ถ้าจะปราศรัยให้สนุก ต้องเลียนแบบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อย่าแตะศาล ทหาร จ้าว ปราศรัยสบาย ๆ การเมืองก็ว่ากันไป ศอ.รส. มีหน่วยข่าว มีตำรวจสันติบาลไปติดตามสังเกตการณ์การปราศรัย ใครทำผิดก็ละเว้นไม่ได้ ”

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐมนตรีมีสิทธิขึ้นเวทีการชุมนุม นปช. หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า มีสิทธิ์ขึ้นเวทีได้ในนามสมาชิกพรรค แต่การปราศรัยต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่ใช่ว่ารัฐมนตรีทำผิดไม่ได้ ส่วนตนไม่เคยขึ้นเวทีคนเสื้อแดง และจะไม่ขึ้นเวทีในครั้งนี้ ตนเป็นผู้อำนวยการ ศอ.รส. ต้องทำตัวเป็นกลาง

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีกรณีการแบ่งแยกดินแดนอีกหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า เป็นการพูดด้วยอารมณ์ เพราะฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ผิด อีกฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ไม่ผิด ยืนยันว่าไม่มีเรื่องการแบ่งแยกดินแดน ใครจะแบ่งแยกดินแดนได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมในครั้งนี้ของ นปช. นอกจากชุมนุมเพื่อสนับสนุนรัฐบาลแล้ว จะเป็นการชุมนุมเพื่อกดดันองค์กรอิสระด้วยหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า คงไม่กดดัน กปปส. จะล้มรัฐบาล จะหยุดประชาธิปไตย หยุดเลือกตั้ง ซึ่งไม่ถูก แต่ นปช. ไม่ใช่

นอกจากนี้ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ได้ฟังการปราศรัยของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เมื่อคืนนี้เป็นในรูปแบบใหม่คือประชดประชันหน่วยงานบางหน่วยและมีอาการน้อยใจ ปกตินายสุเทพจะแสดงออกถึงความเข้มแข็ง แต่นิสัยจริง ๆ ไม่ใช่ นิสัยจริง ๆ คือเมื่อคืนนี้ และการที่นายสุเทพปราศรัยเชื่อมโยงไปยังศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่เป็นผลดีกับศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเหมือนกับว่านายสุเทพไปรู้คำตอบล่วงหน้า หากเป็นนักเรียนก็เรียกว่ารู้ข้อสอบ

ผอ.ศอ.รส. ยังกล่าวว่าได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของนายถวิล เปลี่ยนศรี หลายครั้งแล้วรู้สึกอายแทน นายถวิลไม่มีสปิริต เพราะตอนที่ย้ายพลโท สุรพล เผื่อนอัยกา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 ย้ายพลโท ภราดร พัฒนถาบุตร ทั้งเลขาธิการ สมช. และรองเลขาฯ นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 14 เขาก็เงียบนิ่งเพราะเขาเข้าใจว่ารัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มองว่า สมช. ทำงานกับรัฐบาลไม่ได้ ซึ่งทั้งสองคนเงียบไม่พูดจาอะไร นายถวิลก็มาเป็น เลขาธิการ สมช. และไปเป็นเลขา ศอฉ. พอเปลี่ยนรัฐบาลแล้วใครจะเอานายถวิลเป็นเลขาธิการ สมช. ส่วนผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรก็ต้องเคารพ

วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2557

ผอ.ศอ.รส.เตรียมพร้อมติดตามการชุมนุมกลุ่ม กปปส.-นปช. 5 เม.ย.นี้ เชื่อจะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง


ผอ.ศอ.รส.เตรียมเซฟเฮ้าส์ใกล้พื้นที่ชุมนุม นปช. ติดตามสถานการณ์ร่วมกับตำรวจ พร้อมดูแลความปลอดภัยบ้านบุคคลสำคัญในพื้นที่ เผยได้พูดคุยกับหัวหน้าการ์ด นปช. ยันไม่เคลื่อนขบวนออกนอกพื้นที่ ถ.อักษะ เชื่อจะไม่เกิดเหตุรุนแรง ระบุไม่กังวลที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยสถานภาพนายกฯ กรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ชี้หากนายกฯ ถูกวินิจฉัยให้พ้นสภาพก็ไม่สามารถเปิดทางสู่นายกฯ คนกลางได้

วันนี้ (3 เม.ย.57) เวลา 10.40 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องที่ผู้อำนวยการ ศอ.รส.ขอให้สั่ง กปปส. ยุติการชุมนุม ว่า ต้องเคารพดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร บางเรื่องตนคาดการณ์ถูก อย่างเมื่อวานนี้ตนคิดว่าศาลฯ ไม่น่าจะรับเรื่องของนายถวิล เปลี่ยนศรี เพราะเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร แต่ศาลฯ มีเหตุผลในการรับ เมื่อรับแล้วยังไม่ได้หมายความว่าผิดหรือถูก ศาลฯ ให้ชี้แจงภายใน 15 วัน ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังมีโอกาสชี้แจง ตนมองว่าเป็นธรรมดาอย่าไปคิดอะไรมาก บ้านเมืองวันนี้ต้องอยู่อย่างทำใจรับสถานการณ์ให้ได้

ผอ.ศอ.รส. กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ถนนอักษะในวันที่ 5 เม.ย.นี้ ว่า เมื่อวานนี้ตนได้ไปดูที่ถนนอักษะแล้ว เห็นว่ามีพื้นที่รับคนได้มาก ดูจากการข่าวพบว่าไม่น่าห่วงใย ไม่น่ามีเหตุรุนแรง ซึ่งนายอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช. ได้มาพบคุยกับตนแล้ว ยืนยันว่า นปช.จะไม่มีการเคลื่อนออกจากสถานที่ชุมนุมถนนอักษะ ทั้งตนยังได้หารือกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ยืนยันด้วยว่าจะไม่เคลื่อนตัวไปไหน จะมีการชุมนุม 2 วันคือ 5-6 เม.ย.นี้ โดย นปช. ยังพูดคุยกันได้ แต่ กปปส. ไม่ฟังใคร ไม่ฟังรัฐบาล แล้วจะไปคุยกับใคร พร้อมกันนี้ตนได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประสานกับกองทัพ วางแผนดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่ที่ ศอ.รส. โดยตนกับคณะนายตำรวจจะอยู่ในเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งใกล้ ๆ กับสถานที่ชุมนุมของ นปช. หากมีปัญหาจะซึมซับปัญหาได้ค่อนข้างรวดเร็ว คาดว่าไม่น่ามีเหตุการณ์รุนแรงอะไร แต่ที่ตนอยู่ในเซฟเฮ้าส์เพราะมีความเป็นห่วงสถานการณ์ หากมีเหตุการณ์ ศอ.รส. ก็เสียชื่อ

“คนพื้นที่อีสานคงเข้ามาเยอะ ตามการข่าวมีเรือนแสนคน แต่จะมากน้อยเท่าไรผมไม่ทราบ เท่าที่ทราบมากกว่า กปปส. แน่นอน ยังไม่เห็นคน ยังพูดไม่ได้ และถ้านายสุเทพรักษาคำพูด ยึดความเป็นกำนัน บอกว่าถ้ามีม็อบมาชุมนุมแล้วมากกว่าของเขา เขาจะเลิก เตรียมตัวเลิกได้เลย เก็บของกลับสุราษฎร์ฯ” ผอ.ศอ.รส. กล่าว

พร้อมกันนี้ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่าจะมีการเฝ้าระวังบ้านพักบุคคลสำคัญที่อยู่ในบริเวณถนนพุทธมณฑล โดยตำรวจเป็นผู้ดูแล ส่วนบ้านพักของนายสุเทพนั้นตนจะดูให้เอง ไม่มีเหตุการณ์อะไร ปลอดภัย ซึ่งได้สั่งการผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 8 และ 9 แล้ว ถ้าการชุมนุมสงบ เปิดเผย ปราศจากอาวุธ ไม่ก่อเหตุ ก็ไม่น่าห่วงใย ตนอยู่ใกล้ ๆ เพียง 10 นาทีก็ถึงพื้นที่ชุมนุม ส่วนกรณีเหตุระเบิดเอ็ม 79 ที่ลงในพื้นที่บ้านพักของนายสุเทพนั้น ยังไม่มีการไปแจ้งความ ตนก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

ผอ. ศรส.ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศว่าหลังเทศกาลสงกรานต์ กปปส. จะมีการชุมนุมใหญ่ และน่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงนั้น ตนมองว่านายสุเทพพูดเพื่อเป็นการบริหารอารมณ์กลุ่ม กปปส. ซึ่งก็บอกตลอดมาว่ายกระดับ ๆ ตั้งแต่เดือนธันวาคม มกราคม ที่ผ่านมา ตนขอเรียนเรื่องเดียวว่าอย่าไปเคลื่อนขบวนบ่อย ดูแลความปลอดภัยลำบาก เพราะ คปท. กปปส. ก็มีศัตรูแต่ไม่ใช่เป็นศัตรูรัฐบาล กปปส. ล้มรัฐบาลไม่ได้ ชุมนุมไปก็เสียเงินเปล่า รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ถ้าทำอย่างนายสุเทพแล้วสำเร็จ เปลี่ยนรัฐบาลได้ ต่อไปก็ไม่ต้องมีการเลือกตั้ง เพราะเลือกตั้งเสร็จมีรัฐบาลก็ชุมนุมขับไล่ ประท้วง แล้วรัฐบาลก็ออกไป อย่างนี้ไม่ได้ ทั่วโลกถามว่านายสุเทพกำลังทำอะไรอยู่ มีแต่เขาเรียกร้องประชาธิปไตยให้มีการเลือกตั้ง บอกว่าอย่ามีการเลือกตั้งเลย แช่แข็งไว้ปีครึ่ง ไม่มีใครเอา จบแล้ว

“ จะชุมนุมอย่างไรก็ไม่มีวันมีคนมากแล้ว เพราะฝืนความรู้สึก เขาเรียกร้องประชาธิปไตย แต่มาขัดขวาง ม็อบ กปปส. จบแล้ว รัฐบาลจะจบอย่างเดียวโดยองค์กรอิสระ ลำพังนายสุเทพให้ชุมนุมอีก 3 ชาติ การข่าวมี บอกไปก็ไม่รู้จะบอกใครเพราะเขาไม่ฟัง ร่อนไปร่อนมานี้ไม่ปลอดภัย พอเตือนก็บอกขู่” ผอ.ศอ.รส. กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ศอ.รส. จะไปดูแลการประชุมใหญ่ของ กปปส. ที่สวนลุมพินีวันที่ 5 เม.ย.นี้ หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ไม่ไปยุ่งกับ กปปส. เพราะ กปปส. ปฏิเสธรัฐบาล ปฏิเสธ ศอ.รส. ปฏิเสธตำรวจ กปปส. มีการ์ดอยู่ 2,500 คน ทำอะไรก็ทำไป ถ้าผิดก็โดนดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า เลขาธิการ กปปส. ประกาศนัดมวลมหาประชาชน กปปส. ในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดีของนายกรัฐมนตรีกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี แล้วกลุ่ม นปช. มีทิศทางอย่างไรหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า คำปราศรัยของนายสุเทพทำให้องค์กรอิสระถูกตั้งข้อสงสัย และถูกตั้งข้อสังเกต นายสุเทพพูดเหมือนรู้ล่วงหน้า คนฉลาดจะไม่พูดอย่างนี้ นักเลงจริงเขาไม่พูด ถ้ารู้ต้องเงียบไว้ แล้วถ้าผลออกมาเหมือนที่นายสุเทพพูด องค์กรต่าง ๆ ก็เสียหาย และจะมีผลกระทบทางการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้รับคำร้องสถานภาพนายกรัฐมนตรีไว้วินิจฉัย กรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ คิดว่าจะทำให้นายกฯ และรัฐบาลมีความเสี่ยงที่จะพ้นสภาพหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ไม่ วนไปวนมา ก็เข้านายกฯ คนกลางไม่ได้ กฎหมายเขียนไว้ ส่วนที่มี ส.ว.บางส่วนชี้ช่องว่านายกฯ คนกลางสามารถให้มีการคัดเลือกจาก ส.ว.ด้วยกันเองได้นั้น มองว่าคนที่คิดล้มรัฐบาลก็ต้องคิดอย่างนั้น ตนยืนยันว่าไม่ได้ รัฐธรรมนูญมาตรา 171 บอกชัด ประธานสภาฯ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ เรื่องนายกฯ คนกลางอย่าพูดมั่ว ๆ กฎหมายบอกว่าเมื่อยุบสภาฯ คณะรัฐมนตรีต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แล้วจะไปแปลความว่าอย่างไร และถ้านายกฯ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ รองนายกฯ ก็ปฏิบัติหน้าที่แทนไป ส.ว. พวกนั้นขึ้นเวที กปปส. ทั้งนั้น

“ไม่มีการเกิดสุญญากาศ คณะรัฐมนตรีต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ไม่มีอะไรเหนือรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ คำวินิจฉัยคำสั่งใดของใครก็ตามในประเทศไทย จะเหนือบทบัญญัติรัฐธรรมนูญไม่ได้” ผอ.ศอ.รส. กล่าว

วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2557

ศอ.รส.ประชุมวางแผนป้องกันเหตุวันชุมนุมใหญ่ กปปส.-นปช. 5 เม.ย.นี้ เตือนกลุ่มผู้ชุมนุมหากพบติดอาวุธจะถูกจับ


ผอ.ศอ.รส. เผย 14.00 น.วันนี้ รอง ผบ.ตร. ผบช.ภูธรภาค ผบ.ชน. ร่วมประชุมวางแผนป้องกันเหตุความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ระหว่างกลุ่ม กปปส.-นปช. ที่จะเคลื่อนไหวพร้อมกัน 5 เม.ย.นี้ เตือนกลุ่มผู้ชุมนุมหากพบติดอาวุธจะถูกจับ ชี้ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไม่ว่าเป็นกลุ่มใด

วันนี้ (2 เม.ย.57) เวลา 10.15 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธซุ่มยิงกลุ่ม คปท. จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ว่า ตนห่วงใยมาตลอด โดยเฉพาะกลุ่ม คปท. และ กปปส. ที่มีการเคลื่อนที่เหมือนกองกำลังติดอาวุธ ทำให้เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยลำบาก ตนบอกมาตลอดว่าการชุมนุมโดยสงบเปิดเผยต้องอยู่กับที่ การไปแสดงเจตนารมณ์มีตัวแทน 3 - 5 คนพอ เรื่องอย่างนี้ตนบอกล่วงหน้า ไม่ได้ขู่ หากเคลื่อนที่ลักษณะนี้ จะมีเรื่องอีก พอมีเรื่อง ศอ.รส. ก็เสียหาย รัฐบาลก็เสียหาย แนะนำบอกกล่าวก็ไม่รับฟัง

ผอ.ศอ.รส. กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าตนเองทำผิด พ.ร.บ.ความมั่นคง เนื่องจากสนับสนุนให้กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมในวันที่ 5 เม.ย. นั้น เป็นการเข้าใจผิด เนื่องจากกลุ่ม นปช. ชุมนุมนอกพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ตนจึงมีสิทธิ์แสดงความเห็น อีกทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศว่าถ้ามีคนชุมนุม และมากกว่า กปปส. จะเลิกชุมนุม ตนอยากให้นายสุเทพเลิก จึงเชียร์ให้ นปช. ชุมนุมเยอะ ๆ และยังชักชวนพรรคพวกที่ชอบตนให้มาร่วมด้วย แต่หาก นปช. เข้ามาชุมนุในพื้นที่ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ตนแสดงความเห็นไม่ได้ ต้องหยุด มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่ให้มีการประจันหน้ากัน ไม่ให้มีการทำร้ายซึ่งกันและกัน ซึ่งเวลา 14.00 น. วันนี้ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประชุมร่วมกับผู้บังคับการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1,7,8 และ 9 วางแผนป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้าย

นอกจากนี้ การที่ กปปส. ประกาศจะติดอาวุธเพื่อป้องกันตนเองนั้น ตนมองว่าปกติพวกเขาก็มีอาวุธอยู่แล้ว ถ้าหากพบว่ามีอาวุธจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องจับ ถ้าใครทำผิดต้องจับ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ตนเตือนมาตั้งแต่ต้นก็หาว่าขู่ ไม่ว่ากลุ่มใด ส่วนที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงโพสต์เฟซบุ้กก่อนหน้าที่จะมีเหตุเกิดเพียงไม่นานนั้น ไม่มีปัญหา หากมาแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจต้องสืบสวนสอบสวน ถ้าปรากฏว่าทำผิดต้องจับกุม ยกเว้นไม่ได้ ให้เอาหลักฐานมาเลย ถ้าปรากฏว่าใครทำผิด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นใคร ตนสั่งการเต็มที่ตามอำนาจหน้าที่ที่มี

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีความห่วงใยว่าในการชุมนุมวันที่ 5 เม.ย.นี้ อาจจะเกิดเหตุปะทะกันนั้น ได้มีการประสานเป็นการภายในกับแกนนำของทั้งสองกลุ่มหรือไม่อย่างไร ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า กปปส. ไม่รู้จะประสานใคร กปปส. เป็นกบฏ ไปประสานด้วยไม่ได้ แต่ นปช. ได้ประสานกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แล้ว นปช.ไปที่ถนนอักษะ ทั้งไม่ห่วงว่า นปช. อาจมีการเคลื่อนเข้ามา แต่ห่วงกลุ่มกบฏ

“ วันนี้ก็เคลื่อนอีกแล้ว เห็นว่ามาพระราม 6 อย่างนี้จะถูกยิง นึกหรือว่าไม่มีคนเขาเกลียด พวกผมไม่ทำหรอก ทำแล้วจะได้อะไร มีแต่เสียหาย การไปเกะกะระราน หน่วยงานนั้น หน่วยงานนี้ คนเขาเดือดร้อน เขาไม่มีหัวใจหรือ เขาต้องโกรธพวกคุณ คปท. เป็นใคร เหมือนกองกำลังติดอาวุธ เรียกร้องประชาธิปไตยที่ไหน กปปส. พอขึ้นรถก็เหมือนเทวดา ทำอะไรไม่ผิด ก็มีศัตรู แต่ไม่ใช่กับพวกผม ผมไปทำอย่างนั้นไม่ได้ ผมยืนยันเลย ไม่ใช่ขู่ ถ้ายังประพฤติอย่างนี้ จะมีอีก แล้วไปทำทำไม” ผอ.ศอ.รส. กล่าว

นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติไม่ให้เป็นพยานให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีละเว้นปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้โครงการรับจำนำข้าวเกิดความเสียหาย ว่า ไม่ให้ไปก็ไม่มีสิทธิ์ไป จะไปทำอะไรได้ แต่เชื่อว่านายกฯ ไม่ผิด การละเว้นปฏิบัติหน้าที่ต้องมีหน้าที่ นายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่ปลัดกระทรวง หรืออธิบดี ไม่ใช่ อคส. อตก. แต่นายกฯ เป็นระดับนโยบาย ตนเชื่อว่า ป.ป.ช.ให้ความเป็นธรรม อย่างน้อยต้องภูมิใจว่า ป.ป.ช. ไม่ได้มองนายกฯ ทุจริต ตรงนี้เป็นหลักประกัน เป็นการตบหน้านายสุเทพ และพรรคประชาธิปัตย์ โดย ป.ป.ช.เป็นผู้ตบเอง ส่วนเรื่องการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ต้องดูว่านายกฯ มีหน้าที่หรือไม่ แต่ตนมองว่าเรื่องความผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่นั้นกว้างไป อย่างไรก็ตาม หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด จะใช้เสียงที่ไหนมาถอดถอน เพราะต้องใช้เสียง 3 ใน 5 เสียงไม่พอ

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ตนเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับคำร้องที่ให้ตีความสถานะนายกฯ จากกรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ เพราะไม่ใช่ข้อกฎหมาย อีกทั้งการโยกย้ายเป็นอำนาจนายกฯ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พวกรอส้มหล่นจะร้องไห้

วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

ผอ.ศอ.รส.เชื่อ ป.ป.ช. จะให้ความเป็นธรรมในคดีโครงการรับจำนำข้าวในการสอบพยานเพิ่มเติม


ผอ.ศอ.รส.เชื่อ ป.ป.ช.จะให้ความเป็นธรรมคดีโครงการรับจำนำข้าว ในการสอบพยานเพิ่มเติม แจงนายกฯ ขอสอบพยานเพิ่มเติม ไม่ใช่ซื้อเวลา แต่เป็นสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมาย พร้อมระบุหากนายกฯ ถูกชี้มูลฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ยังมีขั้นตอนทางกฎหมายสู้คดีอีกหลายปี ยืนยัน ศอ.รส.จะดูแลความสงบการชุมนุม 5 เม.ย.นี้ให้ดีที่สุด

วันนี้ (1 เม.ย.57) เวลา 11.00 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะสอบปากคำพยานผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เพิ่มเติม ตามที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ขอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไปหรือไม่ ว่า คาดว่า ป.ป.ช. คงให้ความเป็นธรรมและให้ความกรุณา โดยการสอบพยานเพิ่มไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับกระบวนการยุติธรรม มีการปฏิบัติกันมาเสมอในกระบวนการยุติธรรมอื่นแม้กระทั่งศาล ตามที่ตนได้ดูการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว เห็นว่าไม่มีเรื่องทุจริต มีเรื่องว่านายกรัฐมนตรีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ซึ่งปัญหาต่อไปคือคำว่าละเว้นนี้คนที่จะละเว้นได้ต้องมีหน้าที่ แต่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้คุมนโยบาย และเป็นนโยบายที่ได้หาเสียง แถลงต่อรัฐสภา เมื่อ ป.ป.ช. ติงมาก็หารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการกฤษฎาบอกว่าทำได้ แต่เมื่อองค์กรอิสระบอกว่าทำไม่ได้ ก็เป็นปัญหาของบ้านเมือง ทั้งนี้ ส่วนตัวแล้วคิดว่าบรรยากาศน่าจะดี น่าจะให้โอกาสนายกฯ ชี้แจง

ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก ป.ป.ช. ได้มีการสอบพยานในโครงการรับจำนำข้าวเพิ่มเติม คิดว่าจะช่วยทำให้บรรยากาศดีขึ้นหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้ละเว้น นายกฯ ติดตามตลอด การประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ที่พัทยา จ.ชลบุรี มีมติตั้งให้ตนเป็นประธานตรวจสอบ ซึ่งตนก็ได้ตั้งคณะทำงานหลายคณะ มีการจับกุมผู้กระทำความผิดในคดีความต่าง ๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นพยาน 1 ใน 11 ปากที่นายกฯ ขอให้ ป.ป.ช. สอบพยานเพิ่มเติม มีความพร้อมในการให้ปากคำอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่าพร้อม เพราะมีความเข้าใจเนื้อเรื่อง รู้มาตั้งแต่ต้น นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สาระผล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังไม่รู้ว่าผิดหรือถูก ซึ่งทั้งสองคนมีหน้าที่โดยตรง เพิ่งถูกกล่าวหา ส่วนนายกฯ เกี่ยวข้องในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าว ค่อนข้างห่างไกลกันมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในทางกลับกัน หาก ป.ป.ช. เห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องมีการสอบพยานเพิ่มเติมจะเป็นอย่างไร ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า “สาธุ ผมก็อยากให้เป็นอย่างนั้น เพราะนายกฯ ไม่ได้ปฏิบัติเอง มี อ.ต.ก. มี อคส. มีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง มีรัฐมนตรีว่าการฯ รัฐมนตรีช่วยฯ มีปลัดกระทรวง มีอธิบดีที่มีหน้าที่โดยตรง มีความเป็นไปได้”

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองกันว่าการที่นายกฯ ขอสอบพยานเพิ่มเป็นการยืดเวลาออกไป ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ไม่ใช่ เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา ไม่ใช่ซื้อเวลา เป็นสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมาย ถ้า ป.ป.ช. จะสอบพยานเพิ่มเติม ก็จะเคลียร์ ป.ป.ช. เองที่ถูกตั้งข้อสังเกต ถูกตั้งข้อสงสัย ถ้าช้าไปอีก 2-3 อาทิตย์ก็ไม่มีอะไรเสียหาย มีแต่ความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อดูจากแนวโน้มขณะนี้แล้วคิดว่าทางออก หรือผลจะออกจะเป็นอย่างไร ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ได้อ่านคำชี้แจงของนายกฯ แล้ว คิดว่านายกฯ ไม่ผิด ส่วน ป.ป.ช. จะคิดอย่างตนหรือไม่นั้นไม่ทราบ แต่ไม่มีเรื่องทุจริต มีเรื่องละเว้นหรือไม่ หากออกมาว่าเป็นละเว้นก็จะอาจจะมีการชี้มูลเรื่องละเว้น แล้วนำไปสู่การถอดถอน ทั้งมองว่าจะไม่ส่งผลไปสู่การมีนายกฯ คนกลางได้ เพราะยังมีขั้นตอนทางกฎหมายสู้คดีอีกหลายปี นายกฯสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ได้ และกลับมาเป็นนายกฯ ได้อีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดว่าผลจะออกมาช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า “ทีของคุณอภิสิทธิ์หลายปีไม่เห็นมีใครไปเรียกร้องว่าต้องให้เสร็จเร็ว ๆ ปรส. 8.7 แสนล้านจะขาดอายุความแล้ว กำนันสุเทพโกงโรงพัก 5,000 กว่าล้าน สร้างแฟลต 7,000 กว่าล้านไม่เห็นมีใครเรียกร้อง มาเรียกร้องแต่เรื่องนี้ ทำไม่สำเร็จหรอก สมมติว่าเลวร้ายที่สุด ชี้มูลท่านนายกฯ ไปสู่การถอดถอน โดยต้องใช้เสียง 3 ใน 5 ของสมาชิกวุฒิสภา รองนายกฯ สุรพงษ์ก็รักษาการ แต่เมื่อไม่ตัดสิทธิ์ กำหนดวันเลือกตั้ง นายกฯ ก็ลงเลือกตั้งเบอร์ 1 ใหม่ ชนะเกินครึ่งก็กลับมาเป็นนายกฯ ใหม่ คดีความก็สู้กันไป”

นอกจากนี้ ผอ.ศอ.รส. กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช.ในวันเสาร์ที่ 5 เมษายนนี้ ว่า ไม่ทราบจะมีการชุมนุมที่ใด แต่ยืนยันว่าจะไม่เกิดการปะทะกับกลุ่ม กปปส. แน่นอน โดย ศอ.รส.จะดูแลความสงบให้ดีที่สุด พร้อมยอมรับว่าเป็นห่วงเหตุระเบิดที่ย่านมีนบุรี โดยกำชับตำรวจให้ตั้งด่านตรวจเข้ม และสั่งขยายผลสอบเพิ่มเติมแล้ว

วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2557

ผอ.ศอ.รส.ขอบคุณ กกต.ที่จัดการเลือกตั้ง ส.ว.เรียบร้อย พร้อมขอให้กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.โดยเร็ว


ผอ.ศอ.รส.ขอบคุณ กกต.ที่จัดการเลือกตั้ง ส.ว.เรียบร้อย พร้อมขอให้กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.โดยเร็ว อย่ากลัวคำขู่เลขาธิการ กปปส.ที่ประกาศจะขัดขวางเลือกตั้ง ระบุหาก กตต. กำหนดวันเลือกตั้ง-ร้องขอรัฐบาลให้ดูแลความเรียบร้อยการเลือกตั้ง เชื่อจะผ่านไปได้ด้วยดี พร้อมมั่นใจไม่มีเหตุปะทะของสองกลุ่มผู้ชุมนุมวันที่ 5 เม.ย.นี้โดยกำลังตำรวจพร้อมดูแลสถานการณ์

วันนี้ (31 มี.ค.57) เวลา 10.25 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์ขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จัดการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นไปอย่างเรียบร้อย และต้องขอความกรุณา กกต. ต่อว่าให้กำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) อย่าไปกลัวคำขู่ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่บอกว่าจะขัดขวางการเลือกตั้ง เพราะเป็นคำพูดของคนที่ฝักใฝ่เผด็จการ ถ้ากกต. ได้กำหนดวันเลือกตั้งแล้วให้ร้องขอมายังรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจัดการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น หากมีผู้ทำผิดขัดขวางจะจับกุม และเชื่อว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี

ผอ.ศอ.รส. กล่าวขอถามนายสุเทพถึงกรณีที่เรียกร้องว่าจะมีประธานสภาประชาชนนั้นจะให้ใครเป็นประธานฯ รวมทั้งขอถามถึงนายกฯ ในใจว่าจะเอาใครเป็น ขอให้บอกมา นายสุเทพประกาศบอกว่าจะขัดขวางการเลือกตั้ง ความพ่ายแพ้ก็เกิดกับม็อบ กปปส. แล้ว หน่วยงานด้านการข่าวได้รายงานว่าจำนวนผู้ชุมนุมในวันที่ผ่านมามีไม่เกิน 30,000 คน มีมวลชนอยู่จำนวนครึ่งลานพระบรมรูปทรงม้าด้านหน้า ตนเคยยืนปราศรัยที่ลานพระบรมรูปฯ มาแล้ว รู้ว่าจำนวนคนที่เต็มลานพระบรมรูปทรงม้าจะมี 100,000 คน แต่สถานีโทรทัศน์ทีนิวส์เก่ง ถ่ายจากข้างบนลงไป คนมีหลวม ๆ แต่แน่นตรงกลาง ส่วนตัวแล้วให้ยอดผู้ชุมสูงสุดอยู่ที่ 47,000 คน แต่หน่วยข่าวบอกว่าให้มากไป เขาให้กันที่ 37,000 คน ซึ่งมากน้อยไม่สำคัญ แต่การที่มาขัดขวางการเลือกตั้งนั้นนายสุเทพทำไม่สำเร็จ และขอให้นายสุเทพอย่าลืมคำพูดของตัวเองที่บอกว่าถ้ามีม็อบคนอื่นมากกว่า นายสุเทพจะยอม ก็ขอให้นายสุเทพเตรียมกลับบ้าน เมื่อคืนนี้ยอดผู้ชุมเหลือที่ 7,000 กว่าคน ถ้าไปนับหลายเที่ยวก็เป็นล้านคน

ผู้สื่อข่าวถามว่า กกต. ควรจะกำหนดวันเลือกตั้งได้ก่อนวันสงกรานต์หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า “ผมภาวนา ระบอบประชาธิปไตยเดินหน้าไปแล้ว เมื่อมีการเลือกตั้ง ส.ว. แล้ว ส.ส. จะไม่เลือกได้อย่างไร ต้องเปิดสภาฯ พวกที่ไปบอกว่าจะให้รักษาการประธาน ส.ว. นำชื่อทูลเกล้าฯ เป็นพวกกินยาผิดซอง”

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ 5 เมษายนนี้ กลุ่ม นปช. มีการนัดชุมนุมใหญ่ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ กปปส. นัดประชุมใหญ่ กังวลว่าจะมีเหตุการณ์ปะทะกันหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ยืนยันไม่มีการปะทะ รับปาก เชื่อว่า นปช. มีจำนวนคนมากกว่า กปปส. ตนได้คุยกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แกนนำ นปช. ทั้งตนได้ให้สัมภาษณ์ไปว่าให้เอาคนมาเยอะ ๆ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่เป็นแฟนการเมืองที่มาฟังการปราศรัยของตน ถ้า นปช. มาชุมนุม กรุณามาหน่อย รักเฉลิมมาเติมให้เต็ม เพื่อนายสุเทพจะได้รู้สึก และขอให้ไปนับตัวเลขผู้ชุมนุม นปช.ว่ามากกกว่าม็อบ กปปส. 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะม็อบ นปช. เรียกร้องประชาธิปไตย ม็อบ กปปส. ใฝ่เผด็จการ ใครเขาจะเอาด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นการนำมวลชนของทั้งสองกลุ่มมาวัดพลังกันหรือเปล่า และเข้าข่ายเป็นการปลุกระดมหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ไม่ใช่ นายสุเทพท้า ตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับ นปช. ไม่ได้ปลุกระดม นปช. แต่ตนยุยงให้เอามา และจะบอกคนรู้จักให้มากัน คนที่รักตนทั้งในสภาฯ นอกสภาฯ ขอให้มาร่วมกับ นปช. การยุยง หนักกว่าปลุกระดม ให้มาเรียกร้องประชาธิปไตยไม่ผิด บอกเฉลิมยุยงให้มาแสดงออกกันเยอะ ๆ เพื่อสุเทพจะได้จบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการจำกัดพื้นที่การชุมนุมหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า กปปส. ทำอะไรได้ นปช. ก็ทำได้ แต่ไม่ให้ทะเลาะกัน มีสิทธิ์ไปห้ามเขาได้อย่างไร กปปส. ออกอาละวาดทุกวัน ยึดที่โน่นที่นี่ ทำได้หมด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ศอ.รส. เตรียมความพร้อมในการดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุมวันที่ 5 เมษายนอย่างไร ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า กำลังตำรวจพร้อม ไม่ได้มีการเตรียมแผนใด เพราะทางคนเสื้อแดงไม่มาทะเลาะด้วยอยู่แล้ว และไม่ไปเคลื่อนขบวนไปปิดสถานที่ราชการ นปช.ชุมนุมมีวินัย ไม่เหมือนนายสุเทพ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ศอ.รส. ห่วงมือที่สามที่จะเข้ามาแทรกระหว่างผู้ชุมนุมสองกลุ่มหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ห่วงทำไมจะไม่ห่วง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย วิจารณ์ม็อบ กปปส. วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังมีคนไปยิงโรงแรมของนายชูวิทย์เสียหาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการดูแลการชุมนุมของทั้งสองกลุ่ม นายกรัฐมนตรีได้กำชับอะไรหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า นายกฯ น่าเคารพ เวลาที่นายกฯ มอบหมายงานอะไรให้ตนแล้วนายกฯ ไม่เคยถาม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการประเมินตัวเลขจำนวนผู้ชุมนุม นปช. ในวันที่ 5 เมษายนนี้ไว้อย่างไร ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ถ้าเติมแฟนการเมืองของตนเข้าไปด้วยก็จะเยอะ แต่ตอนนี้ยังไม่รู้จำนวนเพราะอีกหลายวัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความห่วงใยนายกรัฐมนตรีในกรณี ป.ป.ช. จะชี้มูลเรื่องโครงการจำนำข้าวหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ไม่ห่วง ถ้าจัดการเลือกตั้งเมื่อไร นายกฯ ก็ลงอีกเบอร์ 1 เรื่องคดีก็ว่าไป ก็กลับมาเป็นนายกฯ ใหม่ ป.ป.ช. อาจจะสรุปว่าไม่ผิด แต่หากกรณีที่ร้ายแรงที่สุดว่าผิดก็ส่งต่อไปที่อัยการสูงสุด อัยการสูงสุดอาจจะบอกว่าไม่ผิด แต่ถ้าบอกว่าผิด ก็ไปต่อที่ศาลฎีกา นายกฯ ยังเป็นนายกฯ ได้อีก 5 ปี

วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2557

ผอ.ศอ.รส.ย้ำนายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง


ผอ.ศอ.รส.ย้ำนายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง ไม่มีนายกฯ คนกลาง พร้อมเรียกร้องพรรคประชาธิปัตย์-เลขาธิการ กปปส.เข้าสู่เวทีกติกาตามระบอบประชาธิปไตย ชี้ อำนาจอธิปไตยเป็นของคนทั้งชาติ ระบุการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธสามารถทำได้

วันนี้ (28 มี.ค.57) เวลา 10.25 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์กรณีเกิดเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ภายในสำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นนทบุรี ได้รายงานว่ามีการยิงระเบิดเอ็ม 79 2 ลูก เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3-4 คน พบอาวุธปืนอาร์ก้า 1 กระบอก ปืนปากกา 1 ด้าม ปืนลูกซอง และได้ขยายผลพบอาวุธปืนเอ็ม 79 ในบริเวณใกล้เคียงแต่ยังหาผู้ครอบครองไม่ได้ โดยทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย ใครผิดต้องรับโทษ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน โดยเมื่อเกิดเหตุที่ ป.ป.ช. คนก็เพ่งเล็งมายังรัฐบาล เรื่องแบบนี้แกล้งกันได้ง่าย ๆ เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นคู่ความอยู่กับ ป.ป.ช.

“ผมอยากเรียนว่าบรรดาผู้ดีรัตนโกสินทร์ ผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นคนชั้นสูงต้องมีจิตใจสูงด้วย อย่าแสดงตนเป็นคนชั้นสูงแล้วจิตใจต่ำ คุณต้องรักษากติกาประชาธิปไตย คุณมาปลุกระดมกันทำไม ไปเอานายกฯ คนกลาง ไม่มี นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้ง คุณพยายามสุมหัว รวมหัว สร้างกระแส เหมือนว่าถ้าไม่มีนายกฯ คนกลาง บ้านเมืองจะไปไม่ได้ ถ้ามีนายกฯ คนกลางเมื่อไร แค่รับตำแหน่งจะรู้ว่านรกมีจริง ผมขอถามว่า กปปส. มั่นใจว่ารัฐบาลเพื่อไทยแย่แล้ว ประชาธิปัตย์ก็มั่นใจ แต่ทำไมไม่ยอมลงเลือกตั้ง ถ้าคุณลงเลือกตั้งแล้วเป็นรัฐบาล คุณก็ไปปฏิรูป ผมก็นั่งดูตำราไม่น้อยกว่าพวกช่างพูด คุณจะทำอย่างไร ชี้มูลนายกฯ พักการปฏิบัติหน้าที่ ให้รองนายกฯ สุรพงษ์รักษาการ คุณบอกเอาใหม่แล้ว ไม่ได้ ต้องหมดทั้งคณะ ถ้าหมดทั้งคณะไม่มีรัฐบาล แล้วเอาใครมาเป็นนายกฯ รัฐธรรมนูญเขียนไว้เสร็จว่านายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้ง ประธานสภาฯ ต้องรับสนองพระบรมราชโองการ ไม่มีทางจะไปเคลื่อนไหวเลย ก็มาสู่เวที มาสู่กติกา มาสู่การเลือกตั้ง และกว่า ป.ป.ช. ชี้มูลเสร็จ คดีก็ยังไม่เสร็จ นายกฯ ก็มีสิทธิลงสมัคร พอ ป.ป.ช. ชี้มูลเสร็จ ต้องไปอัยการต่อ อัยการจะฟ้องหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ กลับมา ป.ป.ช. ถ้าอัยการไม่ฟ้อง ป.ป.ช. จะฟ้องก็ต้องไปศาลฎีกา กี่ปี ให้เลิกคิดเรื่องนายกฯ คนกลาง คุณใฝ่สูงแต่จิตใจอย่าต่ำ รักประชาธิปไตยต้องไปเลือกตั้ง ตายกันตั้งเท่าไรก็เพราะเรียกร้องนายกฯ นอกระบบ บ้านเมืองวันนี้ไปไม่ได้” ผอ.ศอ.รส. กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าความพยายามในการที่จะให้มีนายกฯ คนกลางของคนกลุ่มหนึ่งตามที่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวนั้นมองว่าขณะนี้มีความเคลื่อนไหวที่รุนแรงหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า เขาทำทุกทางแต่ไม่สำเร็จ เพราะติดรัฐธรรมนูญ ทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ฉีกรัฐธรรมนูญอย่าไปคิดเลย เสียเวลา ไม่ลงเลือกตั้ง ไม่เอาประชาธิปไตย แต่อยากเป็นใหญ่ในบ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวหลายเรื่องทั้งการให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เว้นวรรค หรือการที่พรรคเพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส. มองว่าขณะนี้พรรคเพื่อไทยมีสถานภาพเป็นอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คนอื่นปล่อยข่าว ในพรรคเพื่อไทยนิ่งเป็นหนึ่งเดียว แล้วทำไมต้องเว้นวรรค ชื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถ้าลงสมัครแล้วตำรวจจับหรือ พวกปากเสียบอกว่าชินวัตรอยู่ในประเทศไทยไม่ได้ ก็ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดทำไมจะอยู่ไม่ได้ เรื่องคดีความก็ว่ากันไป และตนมองว่าถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ส่งนายกฯ ยิ่งลักษณ์ลงเลือกตั้งลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส. ไม่เกินครึ่งหนึ่ง พรรคเพื่อไทยก็ยังชนะอยู่แต่จะจัดตั้งรัฐบาลลำบาก

ผู้สื่อข่าวถามถึงการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม กปปส. ในวันพรุ่งนี้ ศอ.รส. ได้เตรียมการดูแลสถานการณ์ความอย่างไร ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลความสงบเรียบร้อย ถ้าชุมนุมสงบ ปราศจากอาวุธก็เป็นสิทธิ ตนได้รับรายงานว่ามีการระดมคนจากปักษ์ใต้ประมาณ 7,000 คน และมีมาจากจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งประเมินว่ามีผู้ชุมไม่เกิน 30,000 คน คนกรุงเทพฯ เบื่อ ไม่ชอบนายกฯ คนกลาง เขาชอบนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งเพราะมีโอกาสปรับเปลี่ยน ถ้าไม่ชอบก็ไม่เลือก ตนมองว่าม็อบ กปปส. เป็นม็อบมีเส้นก็คึกคัก ทำอะไรได้หมด แต่ไม่มีอะไร ไม่มีใครเอาด้วยแล้ว เมื่อคืนนี้เหลือยอดผู้ชุมนุม 2,500 คน คนที่ชุมนุมในสวนลุมพินีก็หน้าเดิม ๆ ทั้งนั้น ไม่ได้มีแปลกแหวกแนว ส่วนหากจะเกิดเหตุมือที่สามเกิดขึ้นก็เพราะเขาทำกันเอง ทั้งยังมองว่านายสุเทพไม่มีราคา คนมีราคาต้องไม่ทำอย่างนี้ ต้องเข้าสู่ระบบ มาตามระบอบ แต่ไปเรียกร้องทหาร อำนาจอธิปไตยเป็นของคนทั้งชาติ เรื่องนายกฯ คนกลางจบแล้ว ถ้าใครออกมาพูดตนจะวิจารณ์ ตนยึดพื้นฐานระบอบประชาธิปไตย

“อยากให้ทุกหน่วยงานทำเหมือนกับ ป.ป.ช. คือใครบุกรุกให้แจ้งจับ ร้องศาล แต่หน่วยงานอื่นไม่ค่อยเอา พอม็อบไปก็กลัว ต้องอย่ากลัวแบบ ป.ป.ช. ใครไปบุกรุกให้แจ้งจับ ม็อบมีเส้นทำอะไรได้ทุกอย่าง แล้วบ้านเมืองจะไปได้อย่างไร ถ้าใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้เกิดม็อบมีเส้นต้องคิดเลิก เพราะตอนนี้เศรษฐกิจหด ท่องเที่ยวไม่มี จะเป็น 1 ใน 10 ของเออีซีที่ยุ่งยากที่สุดเพราะพรรคประชาธิปัตย์ ถ้ามั่นใจว่าคะแนนนิยมดี กลัวอะไรกับการเลือกตั้ง” ผอ.ศอ.รส. กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. จะมาพบ ผอ.ศอ.รส. เพื่อสอบถามเรื่องการใช้งบประมาณของ ศรส.-ศอ.รส. โดย ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า “ผมไม่ชี้แจง ผมไม่เคยให้เกียรตินายสมชัย ไปถามเจ้าหน้าที่ได้ว่าผมไม่เคยเบิกสัก 10 สตางค์ ส่วนตัวไม่เคยเลย แล้วผมจะไปชี้แจงเรื่องอะไร ขอให้นายสมชัยพูดให้น้อย จะไม่สับสน คนเป็น กกต. เขาต้องเป็นกลาง ทำตัวอย่างนี้คุณลาออกมาเถอะ กกต. 4 คนก็ทำงานได้ ผมไม่ต้อนรับ ถึงมาผมก็ไม่ร่วมประชุมด้วย เสียเวลา ไม่มีเกียรติพอสำหรับ ผอ.ศอ.รส. ที่จะต้อนรับ ผมเชื่อว่า กกต. อีก 4 คนเขาอึดอัด ต้องเปลี่ยนหน้าที่อย่าให้อยู่ตำแหน่งนี้ คนเป็น กกต. ต้องทำตัวเป็นกลาง ไม่ใช่พล่านไปพล่านมาอย่างนายสมชัยทุกวันนี้ เขาไม่ออกเฟสบุ้กกันหรอก อยู่ตำแหน่ง กกต. มีเกียรติ ทำตัวอย่างนี้ใครจะไปเคารพ ผมเป็นหนึ่งในจำนวนที่ไม่เคารพ ไม่ให้เกียรติ ไม่สนใจ ถ้าอยากจะมาฟังคนอื่นก็เชิญ เฉลิมไม่มีเวลา"

วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2557

ผอ.ศอ.รส.สั่งการหาตัวคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 พื้นที่นนทบุรี พร้อมเรียกร้องจัดเลือกตั้งโดยเร็วเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้า


ผอ.ศอ.รส. สั่งการหาตัวคนร้ายกรณีเหตุระเบิดเอ็ม 79 ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ย้ำดำเนินการโดยเด็ดขาด ระบุไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ กกต.จัดการเลือกตั้งโดยเร็วเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้า-ให้เลขาธิการ กปปส.-พรรคประชาธิปัตย์ลงเลือกตั้ง ก่อนปฏิรูปการเมือง ยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่

วันนี้ (25 มี.ค.57) เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์ กรณีเกิดเหตุระเบิดเอ็ม 79 ลงในพื้นที่ จ.นนทบุรี เมื่อคืนวานนี้ว่า ผู้บังคับการตำรวจและผู้ว่าราชการ จ.นนทบุรีได้รายงานให้ทราบเมื่อเวลา 22.40 น.ที่ผ่านมาว่าคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 3 ลูกไปตกที่สำนักงาน ป.ป.ช. 1 ลูก ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 ลูก และอีก 1 ลูกกำลังค้นหา ซึ่งได้สั่งการให้สืบหาตัวคนร้ายให้ได้ ส่วนจะเชื่อมโยงกับกลุ่มเดียวกันที่เคยก่อเหตุก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น มองว่าวันนี้มีมือที่สาม เพราะพอมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นรัฐบาลก็เดือดร้อน ศอ.รส.ก็นั่งไม่ติด และได้สั่งการไปว่าถ้ารู้ตัวผู้กระทำผิดต้องดำเนินการโดยเด็ดขาด ตนมีหน้าที่ดูแลก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ทั้งกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นในช่วงนี้ ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดรุนแรง ไม่อยากให้เผชิญหน้า วันนี้ดีที่ได้ทหารเข้ามาช่วยทำงาน

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงรายชื่อนายกรัฐมนตรีคนกลางที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบว่ามีความรู้ความสามารถทุกคน โดยบางคนตนรู้จักและสนิทสนมด้วย ซึ่งอยากขอเรียนฝากด้วยความเคารพว่าอย่าหาทุกข์ใส่ตัวเลย ถ้าเข้ามาเป็นนายกฯ คนกลางจะพบว่านรกมีจริง เริ่มตั้งแต่ประกาศชื่อ ครอบครัวจะเดือดร้อน ไปไหนก็ไม่สะดวก รวมทั้งขอฝากไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายสุเทพโฆษณาประชาสัมพันธ์ทุกคืนว่าพี่น้องประชาชน มวลมหาประชาชนศรัทธา กปปส. ดังนั้น ขอให้นายสุเทพกับพรรคประชาธิปัตย์ลงเลือกตั้ง เพราะประชาชนศรัทธา ถ้าชนะเลือกตั้งก็เป็นรัฐบาลแล้วปฏิรูปการเมืองตามที่นายสุเทพต้องการ นายสุเทพกล่าวหาพรรคเพื่อไทยว่าทำผิดโน่นนี่นั่น นายสุเทพเชื่อว่าประชาชนศรัทธา ประชาธิปัตย์ก็ชนะ ถ้านายสุเทพมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างที่นายสุเทพคิด พรรคเพื่อไทยก็แพ้เป็นฝ่ายค้าน แล้วบ้านเมืองสงบ เลือกตั้งเสร็จก็ปฏิรูปการเมือง แล้วยุบสภาฯ อีกครั้งเลือกตั้งใหม่

“ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรคเพื่อไทยไปบีบคั้น ป.ป.ช. ไม่จริง แต่เขาสงสัยว่าคดีคุณอภิสิทธิ์เรื่องข้าว ถูกร้องไม่ถูกสอบ อ้างว่าหลักฐานยังหาไม่พบ ก็รอให้พบแล้วสอบพร้อมกันสิ เรื่องอื่น ๆ ที่ค้างอยู่ก็สอบพร้อมกันสิ คนจะได้ไม่ข้องใจ แต่นี่หยิบฉวย ๆ ๆ เรื่องของพรรคเพื่อไทยทั้งนั้น คนก็แคลงใจได้ เอาเลยกำนัน มั่นใจคะแนนนิยมดีมาลงเลือกตั้ง” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปนอกกำหนด 60 วัน ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า เป็นไปได้เพราะเป็นสิทธิของ กกต. แต่ตนขอเรียกร้องว่าขอให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างรวดเร็ว บ้านเมืองจะได้ไปได้ เพราะจะไปทำอะไรสุดท้ายแล้วก็ทำไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กกต. บอกว่าหากพรรคประชาธิปัตย์บอยคอตไม่ลงเลือกตั้งเป็นรอบที่สอง ก็ไม่เข้าข่ายถูกยุบพรรค ตามกฎหมายแล้วสามารถทำได้หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ตนไม่สามารถวิเคราะห์พรรคประชาธิปัตย์ได้ พรรคเทวดา ทำอะไรไม่ผิด เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ตนเก็บตำรากฎหมายใส่ตู้หมดแล้ว และขอฝากบอกนายสุเทพที่บอกว่าตนได้ปริญญาเอกปลอมนั้นกรุณาไปตรวจสอบที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง

วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2557

ผอ.ศอ.รส.ย้ำบ้านเมืองจะสงบได้ต้องจัดการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย พร้อม ระบุการเสนอนายกฯ คนกลางตาม ม.7 ไม่มีกฎหมายรองรับ


ผอ.ศอ.รส.ระบุการเสนอให้มีนายกรัฐมนตรีคนกลาง ตามมาตรา 7 ไม่มีกฎหมายรองรับ-ขัดรัฐธรรมนูญ ย้ำบ้านเมืองจะสงบได้ต้องจัดการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย คาดหากมีการเลือกตั้งใหม่ เชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะชนะการเลือกตั้งกลับมาจัดตั้งรัฐบาลใหม่

วันนี้ (24 มี.ค.57) เวลา 10.35 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะว่าทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งบ้านเมือง แม้กระทั่งสื่อมวลชน ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นตราบาปไปทั้งชีวิต โดยต่อไปถ้ามีการเลือกตั้งได้ทั้งหมด 375 เขตเลือกตั้งที่มีอยู่ เว้นแค่เขตเดียวจัดการเลือกตั้งไม่ได้ ก็จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ หากองค์กรอิสระเป็นอย่างนี้ตัดสินอย่างนี้พรรคเพื่อไทยกับรัฐบาลก็ได้คะแนนนิยมไม่เสียอะไรเลย แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพรรคประชาธิปัตย์สะใจ และ สมมติว่าการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะก็ยังเหลืออีก 28 เขต ไม่มีผลในการเปิดสภาฯ ทั้งนี้ ตนมองว่าใครที่เป็นฝ่ายเสธในเรื่องนี้ถือว่าสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง

ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่าต่อไปสมมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตัดสินชี้มูลความผิดนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีข้อกล่าวหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าว แล้วให้นายกฯ พักการปฏิบัติหน้าที่ ป.ป.ช.ก็จะไม่สง่างาม เพราะ ป.ป.ช.บางคนไม่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่นายกฯ มาจากการเลือกตั้งและได้รับโปรดเกล้าฯ ป.ป.ช. ก็จะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ หากนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาทำหน้าที่รักษาการนายกฯ กกต. ก็ต้องมาปรึกษารัฐบาลเพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง สมมตินายกฯ ลงเลือกตั้งใหม่ ชนะการเลือกตั้ง ก็จะมีการโหวตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ มาเป็นนายกฯ อีก ป.ป.ช. ไม่ควรเร่งรีบเพราะบางคนไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ คดีอาญามีอายุความ ควรให้คนที่สมบูรณ์แบบมาพิจารณา

“วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญเอาหินทุ่มขาตัวเองเรียบร้อยแล้ว เป็นพระก็ไม่มีใครให้รดน้ำมนต์แล้วเพราะไม่ขลัง ถูกด่าทุกสารทิศ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญไปบ้าจี้ตาม พอนายกฯ พักการปฏิบัติหน้าที่สมมติบอกให้ ครม.หยุดทั้งชุด แล้วนายกฯ คนกลางเอามาจากไหน ไปอ่านมาตรา 7 ภาษาไทยไม่ได้มีอะไรบอกไว้ใช้มาตรา 3 อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการก็ชัด จะติดมาตรา 181 นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้ง และต้องผ่านสภาฯ ส.ว. สรรหาก็อยากจะตั้งนายกฯ มาตรา 7 แต่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดว่าผู้รับสนองรับพระบรมราชโองการฯ แต่งตั้งนายกฯ ต้องเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวายก็จัดให้มีการเลือกตั้ง เลือกตั้งเสร็จจะเอา 6 เดือน หรือ 1 ปี แล้วก็ปฏิรูป วันนี้นายสุเทพบอกว่าต้องปฏิรูปก่อน คุณเป็นคนทำกติกา แล้วคุณมาว่าอะไรผม ประชาชนเขาไม่เอาด้วย ผมวิเคราะห์ฟันธง ถ้าพวกคุณวางแผนกันอย่างนี้ บ้านเมืองไม่มีสงบ เพราะวันนี้ประชาชนเขาลุกขึ้นมาจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งโมฆะ ใจร้อนไปก้าวหนึ่งเลยเจ๊งทั้งระบบ ไม่คำนึงถึงความรู้สึกประชาชน พระราชกฤษฎีกาบอกว่าต้องกำหนดวันเลือกตั้งวันเดียวกันถูกต้อง แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกขัดขวาง โดยช่วงบ่ายวันนี้ ศอ.รส.จะมีรายงานบอกประชาชนให้ทราบหมดว่านายสุเทพมีคดีอะไร ใครขัดขวางการเลือกตั้งอย่างไร กกต.เขตละเว้นการเลือกตั้ง กกต. ใหญ่ถูกแจ้งจับ ถ้าไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวายก็ให้เป็นไปตามครรลอง ขอให้เห็นแก่บ้านเมือง” ผอ.ศอ.รส. กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งแล้วพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงเลือกตั้ง คิดว่าจะมีปัญหามากขึ้นหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ไม่มี ประชาชนจะประณามว่าเป็นพรรคกาลีบ้านกาลีเมือง เป็นสถาบันการเมืองแต่ไม่ลงเลือกตั้ง ที่โยกโย้ไม่ใช่เพราะกติกาการเลือกตั้ง ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ แต่รู้ว่าแพ้เยอะกว่าเก่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามกฎหมายแล้วถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงเลือกตั้งรอบที่สอง ไม่ถือว่าพรรคจะถูกยุบใช่หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า “ผมไม่พูดเลย 258 ล้านยุบพรรคแน่ ๆ ก็ไม่ยุบ 29 ล้านยุบแน่ๆ ก็ไม่ยุบ เพราะเป็นพรรคมีเส้น อย่าไปพูด เรื่องข้าวนายอภิสิทธิ์ถูกร้อง ก็ไม่สอบ ปรส. 8.7 แสนล้านก็ไม่สอบ โกงโรงพัก โกงสร้างแฟลตก็อยู่สบาย ทีพรรคเพื่อไทยอีกาบินผ่านก็ร้อง แล้วบ้านเมืองจะอยู่กันอย่างไร อย่าไปพูดถึงพรรคประชาธิปัตย์ ต้องไปถามนายอลงกรณ์ พลบุตร”

“ผมยืนยันไม่ว่าความเห็นใคร บ้านเมืองสงบได้ต้องมีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลแล้วปฏิรูป แล้วต้องถามประชาชนว่าเอาไหม ไม่ใช่ถามกำนันสุเทพ ไม่ใช่ถามพรรคประชาธิปัตย์ กติกาใหม่ประชาชนเอาไหม ถ้าผ่านการทำประชามติ ยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่” ผอ.ศอ.รส. กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ ขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการนายกฯ เชื่อว่าจะสามารถประคับประคองสถานการณ์ไปได้ใช่หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเป็นนายกฯ ต่อ ป.ป.ช. ก็คิดหนักเพราะต้องอยู่ที่หลักฐาน อย่าไปทำตามกระแส เพราะนายกฯ ไม่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น คนที่รับผิดชอบพูดเยอะไป อย่าให้คนตั้งข้อสังเกต แล้วทำไมต้องรีบร้อน จะต้องชี้มูล ทีพรรคประชาธิปัตย์ไม่ทำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรี คิดว่าจะเป็นความวุ่นวายถึงขั้นกลายเป็นชนวนทำให้บ้านเมืองแตกแยกหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ไม่กล้าพูดขนาดนั้น ถ้าตรงไปตรงมาปัญหาไม่เกิด ทำอย่างไรนายกฯ มาตรา 7 ก็ไม่ได้ ไม่มีหรอก ฝ่ายเสธไม่ฉลาด ขอให้เลิกคิดได้แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่เลขาธิการ กปปส. ประกาศการเดินรณรงค์ในกรุงเทพฯ สัปดาห์นี้ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ก็ให้เดินไป และตนขอฝากบอกนายสุเทพว่าเวลาที่คนนั่งฟังปราศรัยให้สลับแถวบ้าง แถวเก่าทุกคืนเขาจับได้ หน้าตาเดิม ภาพเดิม ปรบมือยิ้มแย้ม โบกธงชาติท่าทางเหมือนเดิม ต้องสลับแถวบ้าง

วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557

ผอ.ศอ.รส.ระบุ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะ แล้วจัดการเลือกตั้งใหม่ ถือเป็นคุณต่อระบอบประชาธิปไตย


ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศอ.รส.ระบุ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะ แล้วจัดการเลือกตั้งใหม่ ถือเป็นคุณต่อระบอบประชาธิปไตย พร้อมมั่นใจพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งอีก

วันนี้ (20 มี.ค.57) เวลา 10.15 น. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์ ผ่านสื่อมวลชนไปยังประชาชนและผู้ที่รักประชาธิปไตย ว่าเมื่อปี 2535 มีประชาชนเสียชีวิตจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่มีการประท้วงคัดค้าน พลเอก สุจินดา คราประยูร นายทหารที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้นำเรื่องนี้ไปหาเสียงว่าเชื่อมั่นระบบรัฐสภา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้ผ่านมา 22 ปีแล้ว แต่วันนี้กลับเกิดเหตุการณ์เรียกร้องให้เอานายกฯ คนกลาง เอานายกฯ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง พวกนักวิชาการทั้งหลายกำลังงมงายที่หยิบยกเรื่องนี้มาเป็นแนวทางจะล้มรัฐบาล ชุดนี้ ทำไมนักวิชาการที่มาเคลื่อนไหวเอานายกฯ คนนอกจึงไม่คิดถึงอดีตที่มีการเรียกร้องแล้วมีการเสียชีวิต ทำไมไม่นึกถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่ต้องสูญเสีย จึงขอให้นักวิชาการตอบมาว่ามีเหตุผลอะไร

ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ได้ภาวนาตั้งแต่เมื่อคืนนี้ว่าอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้การเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะ แล้วจัดการเลือกตั้งใหม่ ตนจะดูหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่บอกว่ายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยจะลงเลือก ตั้งใหม่หรือไม่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เรียกร้องประชาธิปไตยแล้วจะเลิกชุมนุมหรือไม่ ตนอยากให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะจะได้จบ เพื่อไปสู่เส้นทางของการแข่งขันกันด้วยนโยบาย ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร แต่หากวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะก็จัดการเลือกตั้งใหม่ โดยไม่ถือว่าเป็นคุณกับพรรคเพื่อไทย แต่ถือว่าเป็นคุณต่อระบอบประชาธิปไตย ดีกว่าไปสู่ระบบอื่น เลือกตั้งเมื่อไรพรรคเพื่อไทยก็ชนะอีก ตนกลัวแต่ประชาธิปัตย์จะไม่ลงสมัคร กลัวนายสุเทพจะไม่เลิกชุมนุม ทั้งวิเคราะห์ด้วยว่าศาลอาจจะไม่สั่งก็ได้ แต่ตนภาวนาให้เป็นโมฆะ และตนเคารพคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนหากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาตรงกันข้ามกับสิ่งที่ได้ภาวนาไว้ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็โมฆะเลือกตั้งใหม่ก็จะง่าย

ผู้สื่อข่าวถามถึงจุดยืนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ คือต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง จะเป็นปัญหาอย่างไรหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ไม่เป็นปัญหา ถ้าคนที่หนุนหลังนายสุเทพไม่หนุนต่อก็จบ ไม่มีอะไร ชุมนุมสงบ ปราศจากอาวุธ ที่สวนลุมพินีเป็นแหล่งรวมอาวุธ ตำรวจก็อยากค้น แต่ถ้าค้นก็จะเกิดการปะทะบาดเจ็บ ตำรวจจะถูกกล่าวหาว่าทำเกินกว่าเหตุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะจัดตั้งรัฐบาลอีกถ้ามีการเลือกตั้งครั้งนี้ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า มั่นใจเกินร้อย ไม่เคยมั่นใจอะไรเท่านี้ คนด่ากันทั้งกรุงเทพฯ บอกชุมนุมสงบเปิดเผยแต่จับทีไรก็มีอาวุธ

ผอ.ศอ.รส. กล่าวถึงการจับมือปืนป๊อบคอร์นได้ว่า ผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์มาก พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เป็นการจับแพะ ตำรวจยุคนี้เก่ง ซึ่งตำรวจจะได้มีการขยายผลการจับกุมต่อไป ตนบอกให้เดินเต็มสูบ ไม่ต้องไปเกรงใจใคร ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ส่วนที่ตำรวจยังจับกุมผู้ต้องหาอื่นตามหมายจับไม่ได้นั้น เพราะหากเข้าไปจับในที่ชุมนุมก็ยิงกัน อาจมีการสูญเสียทั้งสองฝ่าย ตนไม่อยากให้เกิดเหตุรุนแรง ข้างหลังนายสุเทพมีปืนทั้งนั้น หากตำรวจไปขยับหน่อยก็ถูกหาว่าทำเกินกว่าเหตุ ตนไม่อยากให้นายสุเทพตายเร็ว ต้องอยู่ต่อไป นายสุเทพเป็นตัวละคร อยากให้นายสุเทพอยู่ถึงอายุ 110 ปี จะได้เจ็บปวดว่าประท้วงแทบตายไม่ได้ผล เลือกตั้งทีไรพรรคเพื่อไทยก็เป็นรัฐบาลทุกที ปราศรัยก็ไม่มีอะไรเลย พูดจาด่าว่านายกฯ หยาบคาย ใช้ไม่ได้ ไม่สมกับเป็นสุภาพบุรุษ ไม่สมกับเคยเป็นรัฐมนตรี ไม่สมกับที่เคยเป็นรองนายกฯ พรุ่งนี้นายสุเทพจะคลั่งถ้าศาลฯ ตัดสินว่าการเลือกตั้งโมฆะ นายสุเทพจะคลั่งเพราะต้องมีการเลือกตั้งใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผอ.ศอ.รส. ได้มีการพูดคุยกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิสิต สินธุไพร ถึงกรณีมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นใกล้กับที่บ้านพักหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน แต่ได้คุยกับผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว ตำรวจกำลังไปสืบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อจับกุมตัวผู้กระทำผิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลจะมีเหตุระเบิดไปลงที่บริเวณบ้านพักส่วนตัวของ ผอ.ศอ.รส. หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า “โดนไปแล้วไม่ได้บอกใคร บ้านผมเป็นสนามซ้อมเอ็ม 79 อยู่แล้ว แต่ผมไม่ได้บอกใคร ยิงไกลจากถนนหลายกิโลฯ แต่พื้นที่ของบ้านผมกว้าง”

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าวันนี้รัฐบาลกำลังถูกต้อนให้ไม่มีที่ยืนหรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า รัฐบาลนั่งเครื่องบินเจ็ต แต่ประชาธิปัตย์และพวกที่คัดค้านนั้นพายเรือบด ตามไม่ทันหรอก คนละชั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ศอ.รส. เตรียมที่จะรับมือกับสถานการณ์ทางการเมืองที่ดูเหมือนจะเริ่มร้อนขึ้น อย่างไร ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ร้อนแน่ เพราะตนบอกมาตั้งแต่ต้น การเตรียมรับมือคือดูให้ดีที่สุด มีจังหวะก็จับให้หมด ถ้าผู้ที่มีหมายจับแล้วออกนอกที่ชุมนุมเมื่อไรจะถูกจับแน่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ศอ.รส. ประเมินว่าจะสามารถดูแลสถานการณ์อยู่ได้ใช่หรือไม่ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า “อยู่ ไม่มีอะไร อย่าไปเชื่อนายสุเทพ ที่ขี้โม้โอ้อวด ชีวิตไม่เคยเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายที่ไหน”