แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ CMPO แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ CMPO แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2557

สรุปผลการประชุม ศรส. เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๗


ศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. มีผลการประชุมสมควรแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบ ดังนี้

๑. จากการที่ ศรส. เห็นควรให้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  พ.ศ. ๒๕๕๑  ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล แทนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ  เนื่องจากสถานการณ์ด้านการชุมนุมต่อต้านทั้งของกลุ่ม กปปส. และกลุ่มอื่น ๆ ตลอดจนเหตุร้ายแรงต่าง ๆ ได้ลดระดับลงมากแล้ว  อีกทั้งจะเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศทั้งในเชิงการลงทุน ธุรกิจ และการท่องเที่ยว รวมถึงการดำรงชีพและการทำมาหากินของประชาชนโดยรวมด้วย และในวันนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรฯ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ ๑๙ มีนาคม ถึง ๓๐ เมษายน นี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน. จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายดังกล่าว รวมถึงการพิจารณาจัดโครงสร้างเพื่อการบริหารจัดการและการสนธิกำลังของหน่วยงานต่าง ๆ อันได้แก่ ตำรวจ ทหาร และพลเรือน เพื่อทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเหตุการณ์ที่จะกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรต่อไป

๒. ศรส.ได้รับรายงานจากสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เกี่ยวกับการประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมอันเนื่องมาจากการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุชุมนุมเป็นต้นมา  ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักธุรกิจลดลงอย่างต่อเนื่อง  จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลง เนื่องจากหลายประเทศได้ประกาศเตือนพลเมืองของตนเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย และมีการยกเลิกหรือเลื่อนการจัดประชุมในประเทศไทยอีกหลายรายการ ประการสำคัญคือ เหตุการณ์ความไม่สงบได้ส่งผลให้ประชาชนชะลอการจับจ่ายใช้สอย และภาคธุรกิจชะลอการลงทุนเนื่องจากไม่มั่นใจในเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงเป็นลำดับจนปัจจุบันดัชนีอยู่ที่ ๖๑.๔ ส่วนความเชื่อมั่นภาคธุรกิจลดลงเป็นลำดับจนปัจจุบันดัชนีอยู่ที่ ๔๕.๔  ซึ่งเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง และตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจซึ่งเดิม สศช. ได้ประมาณการไว้ที่ร้อยละ ๔.๐ – ๕.๐ จะต้องปรับลดลงเหลือเพียงร้อยละ ๓.๐ – ๔.๐  ศรส.จึงขอให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมทุกกลุ่ม  ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม กปปส. กลุ่ม นปช. หรือกลุ่มใด ๆ ตระหนักถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อประเทศชาติในระยะยาว และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นด้วยสันติวิธีโดยเร็วเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นส่วนรวม

๓. ศรส.ได้พิจารณาแนวทางการช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมปิดกรุงเทพมหานครของ กปปส.  ตามที่คณะทำงานฯ ที่มีเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นประธาน แล้ว มีมติเห็นชอบตามแนวทางที่คณะทำงานฯ เสนอ ดังนี้
(๑) ขอบเขตการให้ความช่วยเหลือนั้น  จะให้การช่วยเหลือแก่ประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงธุรกิจขนาดใหญ่ ในเขตพื้นที่ชุมนุม  และนอกเขตพื้นที่ชุมนุมที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม นับแต่เกิดเหตุชุมนุมและภายหลังการชุมนุมด้วย
(๒) หลักเกณฑ์การช่วยเหลือ กรณีประชาชน จะต้องเป็นผู้ได้รับความเสียหายแก่ร่างกาย โดยมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ส่วนกรณีผู้ประกอบการธุรกิจ ต้องอยู่ในระบบเสียภาษีโดยมีหลักฐานการประกอบธุรกิจชัดเจน
(๓) มาตรการให้ความช่วยเหลือ ได้แก่
- มาตรการทางการเงิน ได้แก่ ด้านการยืดระยะเวลาชำระเงินต้น สนับสนุนเงินทุน โดยกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย จะประสานขอความร่วมมือจากสถาบันการเงินต่าง ๆ
- มาตรการส่งเสริมการตลาด  ได้แก่ จัดกิจกรรมเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าและบริการ โดยมีกระทรวงพาณิชย์และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รับผิดชอบ
- มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ได้แก่ การลดต้นทุนการผลิต ปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการผลิต การฝึกอบรมผู้ประกอบการ โดยมี กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน และ สสว. รับผิดชอบ
- มาตรการผ่อนปรนการชำระภาษี ได้แก่ การขยายกำหนดเวลายื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม ขยายเวลาการส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ขยายเวลายื่นชำระภาษีโรงเรือนและที่ดิน โดยมีกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบ
- มาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายระยะสั้น ได้แก่ การให้เงินช่วยเหลือเบื้องต้น การผ่อนปรนค่าสาธารณูปโภค การลดค่าเช่า การจัดหาสถานที่ทำการค้า โดยมีกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์ รับผิดชอบ
- มาตรการแรงงาน ได้แก่การให้เงินช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อรักษาสภาพการจ้างงาน โดยมีกระทรวงแรงงานรับผิดชอบ

(๔) ให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นศูนย์รับแจ้งผลกระทบจากประชาชนและผู้ประกอบการ และประสานการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ศรส.จะได้เสนอแนวทางดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาโดยเร่งด่วนต่อไป

จึงประกาศมาเพื่อทราบทั่วกัน

______________________














วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2557

CMPO's announcement of 17/03/2014


March 17, 2014

At 13:00 hrs. Mr.Tharit Pengdit, Director General, Department of Special Investigation, briefed the press on the outcome of the meeting of the Center For Maintaining Peace and Order (CMPO).

1. Following the meeting of the CMPO, it has been agreed to request to the cabinet to replace the Emergency Decree with the Internal Security Act in Bangkok and nearby provinces. The using of the Internal Security Act will support a positive image of Thailand particularly in terms of business, investment, and tourism. For the administrative body, the structure will still be similar to the CMPO which is consisted of the police, the military, and civil officials while the headquarters will still locate at the office of Narcotics Suppression Bureau on the Vibhavadi Road.

2. Following the establishment of the committee to assist small and medium business entrepreneurs who have been affected by the demonstrations led by the People's Democratic Reform Committee (PDRC), the CMPO has received a report from the Secretary-General of the Office of the National Economic and Social Development Board (NESDB) who acts as a chairman of the committee that agencies concerned have achieved the assisting guidelines and will officially report to the CMPO by today.

3. The CMPO has received a report from the Metropolitan Police and Provincial Police regional commands regarding the legal proceedings against the election obstructions. So far, there are 194 cases involving election obstructions (51 cases in Bangkok and 143 cases in other provinces) and 177 cases involving the failure of electoral officers to perform their duties (66 cases in Bangkok and 111 cases in other provinces). 192 person already faced arrest warrants. 115 person have been brought to justice. Moreover, the CMPO has received a report that several complaints have been filed to the police against 5 members of the central Election Commission (EC) for failing to perform their duties. Complaints have been filed in Satun and Pattalung Provinces including 6 police stations in Bangkok.

4. Following the news that the PDRC has organized a training session for 2,400 security guards, the CMPO is very concerned on this issue as it might lead to more violences. It has been witnessed that the PDRC's security guards have engaged in violent acts and also used weapons in their activities. As a result, such training session is against previous statements made by Mr.Suthep Thaugsuban, the Secretary-General of the PDRC, that the demonstrations will be without violences. The CMPO wished to request all political groups, the PDRC including the United Front for Democracy against Dictatorship (UDD), to not associate with any activities that could instigate more tensions.

วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2557

CMPO's announcement of 13/03/2014


March 13, 2014

At 13:00 hrs. Mr.Tharit Pengdit, Director General, Department of Special Investigation, briefed the press on the outcome of the meeting of the Center For Maintaining Peace and Order (CMPO).

1. The CMPO has received a report that several complaints have been filed to the police against 5 members of the central Election Commission (EC) for failing to perform their duties. Complaints have been filed in Satun and Pattalung Provinces including 6 police stations in Bangkok. Most complaints have requested the CMPO to investigate the central EC in 6 cases; not organizing elections, letting the protesters to obstruct elections, not organizing a candidature registration in 28 districts, not instructing officials to perform their duties, not announcing the election result, and obviously intending to obstruct the process of election in order to have sufficient Members of Parliament following the Constitution. The CMPO will closely monitor performances of the central EC.

2. The CMPO has received a report from the Metropolitan Police and Provincial Police regional commands regarding the legal proceedings against the election obstructions. So far, there are 194 cases involving election obstructions (51 cases in Bangkok and 143 cases in other provinces) and 177 cases involving the failure of electoral officers to perform their duties (66 cases in Bangkok and 111 cases in other provinces). 192 person already faced arrest warrants. 115 person have been brought to justice.

3. Following the filing of complaints against the CMPO by relatives of those who lost their lives in the incident at Phan Fa Lilat District, the CMPO wished to explain that it was not an attempt to disperse the crowd, it was an investigation following the arrest warrants as well as an attempt to resume functions of the government agencies that were blockaded by the People's Democratic Committee (PDRC). Moreover, it was a transparent performance which was witnessed by the media. Many illegal materials such as explosive devices were also found at the site. However, it is the right of the public to file complaints in such case and the CMPO is ready to answer and explain to all questions.

วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557

CMPO's announcement of 11/03/2014


March 11, 2014

At 13:00 hrs. Mr.Tharit Pengdit, Director General, Department of Special Investigation, briefed the press on the outcome of the meeting of the Center For Maintaining Peace and Order (CMPO).

1. Following the negotiation between the CMPO's negotiating team led by Major General Surachart Chitjaeng and Luang Pu Buddha Issara in order to clear the way at the Chaeng Watthana Road, the CMPO wished to express its regret that the negotiation was not successful. Luang Pu Buddha Issara refused compromised offers of the CMPO while made many impractical requests such as requesting General Nipat Thonglek, Permanent Secretary of the Ministry of Defense to spend 3 nights at the protest site or the Director of the CMPO to offer guarantee that the protesters would not be harmful which the CMPO could not promise due to the current limitation mainly caused by the Civil Court's ruling. The CMPO will find other solutions to clear the way at the Chaeng Watthana Road.

2. The CMPO had managed to reopen 66 government offices. However, since the Civil Court's ruling, members of the PDRC have blockaded government once again. The PDRC has trespassed on and besieged more government agencies such as the Department of Correction, the Shinawatra Building 1 and 2, Government Lottery Office, and Rice Department. The CMPO has advised the Permanent Secretaries and heads of all government agencies to take legal actions, both criminal and civil against members of the PDRC who have blockaded their offices within 24 hours.

3. Following the Civil Court's ruling indicating that the demonstrations of the People's Democratic Reform Committee (PDRC) at the PTT Public Company Limited and the Ministry of Energy was against the law, the Court  has also ordered the protesters to clear the way at the venue and also to move all equipments from the site. The CMPO encouraged other agencies which have been blockaded by the PDRC to file the court petition as soon as possible. Recently, the CMPO has received a report from the DSI that as a result of the PDRC's blockading its premise, it has severely affected the process of investigation and prosecution under the DSI capacity. The DSI will file a request to the Office of the Attorney-General to take legal actions against Luang Pu Buddha Issara who has led the protesters to blockade the DSI including other agencies in the nearby area.

วันจันทร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2557

ผอ.ศรส.ยืนยันแนวทางเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ มีรัฐบาลใหม่ก่อนจัดการปฏิรูป


ผอ.ศรส. ยืนยันแนวทางเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ มีรัฐบาลใหม่ จัดการปฏิรูป แล้วยุบสภาฯ เลือกตั้งอีกครั้ง พร้อมระบุไม่อยากเห็นการเผชิญหน้า หวั่นการตัดสินขององค์กรอิสระ หากมองแล้วไม่เป็นธรรมอาจเกิดปัญหา

วันนี้ (10 มี.ค.57) เวลา 10.40 น. ที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศรส. ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งด่านความมั่นคงใกล้กับเวทีชุมนุมของ กปปส. ว่า เป็นนโยบายของ ศรส. ตั้งแต่ต้น โดยล่าสุดได้รับรายงานการจับผู้ต้องหามีอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก ปืนขนาด 11 มม. 1 กระบอก และกระสุน 2,000 กว่านัด ซึ่งถือว่าน่ากลัว และผู้ต้องหารับว่าเป็นเจ้าของของกลาง แต่ไม่บอกว่าจะนำไปที่ไหน ตนเคยบอกมาตลอดว่าส่วนตัวแล้วมีความเห็นที่ค่อนข้างแตกต่างจากฝ่ายความมั่นคงในบางเรื่อง ตนบอกว่าเรื่องนี้เพิ่งเริ่มต้น ถึงแม้ กปปส. จะรวมการชุมนุมไปอยู่ในสวนลุมพินี และบอกว่าจะไม่เคลื่อนไหว แต่จะเชื่อถือได้อย่างไร ทั้งนี้ระหว่างที่ตนเดินทางไปสิงคโปร์ได้รับรายงานข่าวว่า มีคาราวานจากจังหวัดกระบี่ พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และชุมพร เข้ามากรุงเทพฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ยืนยันว่าต้องล้มรัฐบาลให้ได้ ไล่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไล่ตระกูลชินวัตร ให้ปฏิรูปการเมือง แล้วจึงไปสู่การเลือกตั้ง ส่วนพรรคเพื่อไทยและตนก็ยึดมั่นว่าการเลือกตั้งเมื่อเริ่มแล้วก็ต้องจัดการเลือกตั้งให้เสร็จ มีรัฐบาลใหม่ จัดการปฏิรูป แล้วยุบสภาฯ ไปสู่การเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง แต่รัฐบาลอ่านออกว่านายสุเทพไม่ได้มาคนเดียวแต่มีพวกเยอะ ตนไม่อยากเห็นการเผชิญหน้า ไม่อยากเห็นการประจัญบาน จึงได้บอกไปว่าอยากพบกับนายสุเทพ แต่เมื่อนายสุเทพไม่พบ แสดงว่าอยากแตกหัก เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอม ก็จะกลายเป็นว่าสองฝ่ายต่างคนต่างไม่ยอม เรื่องจึงไม่สงบ และนายสุเทพประกาศชัดว่ารอ ป.ป.ช. รอศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเป็นห่วง

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรต่อกรณีที่นายสุเทพเปิดเวทีปฏิรูปประเทศไทยเพื่อเริ่มต้นการปฏิรูปประเทศเต็มรูปแบบ ผอ.ศรส. กล่าวว่า จะปฏิรูปได้อย่างไรเพราะยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ต้องมีรัฐบาล มีสภาฯ แล้วปฏิรูป เหมือนที่เคยทำ แก้มาตรา 211 ตนดูไม่ออก จึงเชื่อว่านายสุเทพไม่ได้มาคนเดียว แต่มาเป็นหมู่คณะ สงครามเพิ่งเริ่มต้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วจะดูแลความสงบอย่างไร ผอ.ศรส. กล่าวว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินวันนี้มีก็เหมือนไม่มี มีแต่ชื่อว่ามี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะศาลแพ่งออกข้อห้าม 9 ข้อ รัฐบาลก็อยู่ในภาวะลำบาก แต่หากไม่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ส่วนงานในหน้าที่ ผอ.ศรส. เป็นงานเฉพาะ งานพิเศษ ถ้างานทั่วไปตามกฎหมายต้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม ส่วนจะต้องกลับไปใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ นายกรัฐมนตรีจะพิจารณา หากเป็น พ.ร.บ.ความมั่นคงก็จะกลับไปเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกับตำรวจเหมือนเดิม

ผอ.ศรส. กล่าวยืนยันว่าเหตุการณ์จะไม่มีสงบ ต้องแตกหักกันไปข้างหนึ่ง น่ากลัว แต่จะไม่ซ้ำรอยกับปี 53 ที่รัฐบาลมีอำนาจเต็ม แต่ปีนี้รัฐบาลไม่มีอำนาจ ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินมาแต่ใช้ไม่ได้ พรรคเพื่อไทยเขายอมไม่ได้ เพราะเขามาจากการเลือกตั้งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ อยู่ ๆ จะมีคนมาล้มล้างก็ไม่ชอบธรรม แต่ตนกลัวการตัดสินขององค์กรอิสระ หากตัดสินออกมามองแล้วไม่เป็นธรรมก็จะเกิดปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้า ป.ป.ช. ตัดสินว่านายกรัฐมนตรีมีความผิด คิดว่าจะเกิดปฏิกิริยาอย่างไร ผอ.ศรส. กล่าวว่าต้องดูเนื้อหาที่เขียนว่าคนรับได้หรือไม่ ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มองว่าเป็นการนับถอยหลังที่จะเข้าสู่สงครามกลางเมืองหรือไม่ ผอ.ศรส. กล่าวว่า อย่าไปใช้คำว่าสงครามเลย แต่จะทะเลาะกันแน่นอน ไม่จบ คนต่างพวกจะทะเลาะกัน ตนอยู่การเมืองมานาน เห็นความรุนแรงมามาก ไม่อยากเห็นอีก

วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2557

สรุปผลการประชุม ศรส. เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๗


ศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. มีผลการประชุมสมควรแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบ ดังนี้

๑.   ศรส.ได้ร่วมกันพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้เผยแพร่เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๗ โดยได้วินิจฉัยเพิ่มเติมว่า การชุมนุมของประชาชนกลุ่ม กปปส. เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพโดยมีเหตุผล แต่ในส่วนการกระทำของแกนนำ กปปส. จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่น ๆ ก็เป็นเรื่องที่ผู้ที่ต้องรับผิดชอบในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยเพิ่มเติมดังกล่าว จึงมิได้คุ้มครองแกนนำ กปปส. อีกต่อไป  แกนนำคนใดไปร่วมกันกระทำผิดอย่างไร ก็จะต้องถูกดำเนินคดีเช่นนั้น ดังเช่นขณะนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ก็ได้ถูกศาลอาญาออกหมายจับในข้อหากบฏ และแกนนำทั้ง ๕๘ คน ก็ถูกดำเนินคดีในคดีพิเศษ ข้อหาร่วมกันเป็นกบฏและข้อหาฉกรรจ์อื่น ๆ อีก  ขณะนี้อยู่ระหว่างถูกออกหมายเรียกมารับทราบ  ข้อกล่าวหา  นอกจากนั้น แกนนำ กปปส.อีกหลายคนก็ถูกศาลออกหมายจับในข้อหาขัดขวางการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์  และล่าสุดเมื่อวานนี้ นายอิสระ สมชัย แกนนำคนสำคัญ กับพวกรวม ๖ คน ก็ได้ถูกศาลออกหมายจับในข้อหาพยายามฆ่าฯ นายยืม นิลหล้า ประชาชนที่ไปนั่งพักผ่อนบริเวณ   สวนลุมพินี แล้วถูกการ์ด กปปส. จับตัวไปให้นายอิสระฯ สอบสวน มีการรุมทำร้ายถึงสาหัส ปอดฉีก มีบาดแผลทั้งตัว แล้วจับมัดไว้ในเต็นท์การ์ดนานถึง ๖ วัน แล้วนำตัวมัดมือปิดตาใส่รถยนต์นำไปทิ้งที่แม่น้ำบางปะกง เพื่อเป็นการฆาตกรรมอำพราง ซึ่งเป็นการกระทำที่มีความโหดเหี้ยมมาก แต่นายยืมได้รับการช่วยเหลือจากพลเมืองดีรอดชีวิตมาได้  เหตุร้ายแรงเช่นนี้ได้เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกวันในบริเวณการชุมนุม และที่กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวไปปิดล้อม ไม่ว่าจะเป็นชาย ๓ คน ที่นั่งรถแท็กซี่ผ่านบริเวณสวนลุมพินี ก็ถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บ โดยวิถีกระสุนมาจากภายในสวนลุมพินี การยิงลูกระเบิดที่อาคารชินวัตร ๓  การยิงปืนเข้าใส่ห้องผ่าตัดโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ที่ถนนแจ้งวัฒนะ และเหตุร้ายอื่น ๆ เป็นต้น 

ศรส.มิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุร้ายที่เกิดขึ้นดังกล่าว และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินคดีและติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วที่สุด  แต่ ศรส.และตำรวจก็มีข้อจำกัดในการบังคับใช้กฎหมายอย่างมากอันเป็นผลจากคำพิพากษาศาลแพ่งในข้อห้าม ๙ ข้อ ดังที่ทราบกันทั่วไป  ฉะนั้นในภาวะวิกฤตเช่นนี้ ศรส.จึงขอร้องและแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้งดเว้นอย่าเข้าร่วมการชุมนุม รวมถึงหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเข้าใกล้บริเวณพื้นที่ชุมนุมในยามค่ำคืนด้วย ทั้งนี้ เพื่อสวัสดิภาพในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

๒.   ศรส.ได้รับรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ณ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๗  ว่า ได้รับคดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง ดังนี้
                     ๑)   คดีขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น ๑๙๐ คดี  แยกเป็นคดีที่ กปปส.ในกรุงเทพมหานครกระทำการขัดขวางการเลือกตั้ง ๕๑ คดี  และคดีที่ กปปส.ในต่างจังหวัดกระทำการขัดขวางการเลือกตั้ง ๑๓๙ คดี 
                     ๒)   คดีที่เจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น ๑๗๖ คดี แยกเป็นคดีที่เกิดในกรุงเทพมหานคร จำนวน ๖๕ คดี  และคดีที่เกิดในต่างจังหวัดจำนวน ๑๑๑ คดี

รวมคดีที่เกี่ยวกับการกระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งทั้งสิ้น ๓๖๖ คดี  โดยศาลได้ออกหมายจับให้ รวมทั้งสิ้น ๑๘๐ คน  ได้ตัวมาสอบสวนแล้ว ๘๓ คน  ทั้งนี้เฉพาะเจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้ง       ไม่จัดการเลือกตั้งมีจำนวนถึง ๑,๕๔๓ คน  นอกจากนี้ ยังปรากฏว่า พนักงานสอบสวนของตำรวจนครบาล พนักงานสอบสวนของจังหวัดสตูลและจังหวัดพัทลุง ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีขัดขวางการเลือกตั้งในเขตพื้นที่ ๒ จังหวัด ซึ่งมีการร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.กลาง ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดการขัดขวางการเลือกตั้ง และไม่ดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งในหลาย ๆ พื้นที่ดังกล่าว มีข้อน่าสังเกตว่า ในพื้นที่ที่มีการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งนั้น ศาลได้ออกหมายจับผู้กระทำผิดให้เกือบทุกพื้นที่ คงมีเพียงบางพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณภาคใต้ ซึ่งยังไม่ปรากฏว่ามีการออกหมายจับให้แต่อย่างใด

อนึ่ง ศรส.ขอย้ำเตือนว่า โทษที่เกี่ยวข้องกับการขัดขวางการเลือกตั้ง เป็นความผิดอุกฉกรรจ์ที่มีทั้งโทษจำคุกและปรับ รวมถึงการตัดสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา ๕ ปี  ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ซึ่ง ศรส.จะติดตามและกำชับการดำเนินคดีกับแกนนำ กปปส. ที่ขัดขวางการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด เพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ และป้องปรามไม่ให้มีการกระทำผิดซ้ำอีกในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้ 

จึงประกาศมาเพื่อทราบทั่วกัน

วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557

CMPO's announcement of 07/03/2014


March 7, 2014

At 13:00 hrs. Mr.Tharit Pengdit, Director General, Department of Special Investigation, briefed the press on the outcome of the meeting of the Center For Maintaining Peace and Order (CMPO).

1. Following the Civil Court's ruling indicating that the demonstrations of the People's Democratic Reform Committee (PDRC) at the PTT Public Company and the Ministry of Energy was against the law, the Court  has also ordered the protesters to clear the way at the venue and also to move all equipments from the site. 

2. The CMPO condemned the PDRC leaders that had led the crowd to blockade several embassies in Bangkok; China, the United Kingdom, the United States, Japan, and Australia. Especially at the US Embassy, the protesters even called for the replacement of the US Ambassador. These actions have not only violated the law of protecting foreign representatives in the country but also affected the relations between Thailand and the US.

3. The CMPO has received a report that 2 innocent people was shot. It was believed that bullets were fired from the Lumpini Park where the PDRC demonstrations located. The incident was in line with the CMPO's warning that the protest sites are dangerous areas. The CMPO wished to encourage the public to not join or pass the protest areas because it could be harmful as same as the case of Mr.Yuem Nillar and the case that 2 bodies were found near the protest sites.

วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557

CMPO's announcement of 06/03/2014


March 6, 2014

At 13:00 hrs. Mr.Tharit Pengdit, Director General, Department of
Special Investigation, briefed the press on the outcome of the meeting
of the Center For Maintaining Peace and Order (CMPO) earlier in the
day, gist as follows:

1. The CMPO wished to inform that the board of immigration has decided
to revoke Mr. Satish Sehgal's residential permit. Mr. Sehgal's actions
violated an emergency decree and were harmful to the public safety.
The director of the CMPO has signed an order to abrogate Mr.Seagal's
residential permit and the immigration bureau will proceed on Mr.
Seagal's deportation.

2. Following recent assault and beaten of Mr.Yuem Nillar, who was
taken by the PDRC guards from Lumpini Park, detained at a rally site,
before beaten and thrown into the Bang Pakong river, the CMPO wished
to express its sadness and condemn on such violent and inhumanity
behavior. Mr. Yuem who was only carrying the United Front of Democracy
Against Dictatorship (UDD) card, such alleged acts have raised on
concern on security and hatred within the Thai society. The CMPO will
investigate on the case and proceed with legal action against PDRC
guards involved.

3. The CMPO feels relieve that the Constitution Court has delivered a
clear explanation yesterday, indicating that only public protest is
defined as a legitimate peaceful gathering. In case of the PDRC's
leaders engage in any act that violate civil and criminal law, they
will be subjected for legal prosecution. The PDRC leaders therefore
cannot refer to the Constitution Court's ruling as they have
previously done.

วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557

ผอ.ศรส.เผย ตร.สอบเบื้องต้นไม่พบการแบ่งแยกดินแดน ชี้หากองค์กรอิสระตัดสินฝืนความรู้สึกคนส่วนใหญ่บ้านเมืองจะไม่สงบ

ผอ.ศรส. เผยตำรวจสอบเบื้องต้นไม่พบการแบ่งแยกดินแดนโดยจะสอบสวนต่อไป ชี้หากองค์กรอิสระตัดสินคดีฝืนความรู้สึกคนส่วนใหญ่บ้านเมืองจะไม่สงบ ยืนยันแนวทางต้องมีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลใหม่ ปฏิรูปการเมือง แล้วเลือกตั้งใหม่เพื่อให้บ้านเมืองสงบ ย้ำระบอบประชาธิปไตยต้องแข็งแกร่งกว่าระบอบอื่น

วันนี้ (5 มี.ค.57) เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศรส. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุระเบิดสองลูกที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมาและการที่กลุ่ม กปปส. เดินทางไปปิดล้อมบ้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเมื่อวานนี้ ว่า ลักษณะอย่างนี้เป็นการคุกคามสิทธิส่วนบุคคล ไม่ใช่การกระทำของผู้ที่เรียกร้องประชาธิปไตย เป็นการกระทำเยี่ยงโจร ตนจึงได้บอกว่าม็อบของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. จะไม่สำเร็จ วันนี้ม็อบก็เดินทางไปปิดที่กรมศุลกากรอีกซึ่งไม่ควรทำ วันนี้ไปปิดพรรคเพื่อไทย ถ้ามีคนไปปิดพรรคประชาธิปัตย์บ้างจะทำอย่างไร ทั้งนี้ ตนได้รับรายงานเรื่องเหตุระเบิดสองลูกเมื่อคืนนี้ที่สำนักงาน ป.ป.ช. กับที่บ้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส. แต่ไม่ระเบิด โดยมองว่าพักนี้ระเบิดสามัคคีกันไม่ระเบิด ซึ่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีได้รายงานว่า คนร้ายเล็ดลอดเข้าไปที่ซอยด้านข้างได้ทั้ง ๆ ที่มีกำลังทหารจากกองพลทหารราบที่ 9 ดูแลอยู่ แต่คนร้ายเก่งเข้าไปได้

ผอ.ศรส. กล่าวยืนยันว่าม็อบนายสุเทพจะไปไม่ได้ เมื่อคืนนี้มียอดผู้ชุมนุมสูงสุดอยู่ที่ 1,800 คน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยอยู่ ซึ่ง ศรส. ก็เห็นด้วย แต่อีกส่วนหนึ่งที่ตนไม่เห็นด้วยคือ สุดท้ายแล้วม็อบจะเรียกร้องปฏิรูปการเมือง หรือจะล้มรัฐบาล หรือจะรอองค์กรอิสระตัดสินคดี ตนถึงบอกว่าการเมืองไม่จบเพราะนายสุเทพรู้แล้วว่าไม่สามารถดำเนินการได้ ตอนนี้นักวิชาการต่าง ๆ นายทุนก็เริ่มออกห่าง และนายสุเทพก็รู้ตัวเอง จึงหวังไปที่การตัดสินของ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ที่หากตัดสินถูกใจนายสุเทพ หรือฝืนความรู้สึกคนส่วนใหญ่ บ้านเมืองก็จะไม่สงบ ตนถึงบอกว่าบ้านเมืองยังไม่สงบ ถ้าจะสงบต้องยอมให้มีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่ ปฏิรูปการเมือง รัฐบาลอยู่ช่วงสั้น ๆ ปฏิรูปเสร็จ เลือกตั้งใหม่ จึงจะสงบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการตรวจสอบหรือไม่ว่าระเบิดที่นำมาใช้กันอยู่ทุกวันนี้มีการนำมาจากที่ไหน ผอ.ศรส. กล่าวว่า ตรวจสอบอยากเพราะหลายสาย แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ตนโตมาจากนายตำรวจกองปราบปราม ทำไมตนจะอ่านไม่ออกว่าอะไรจะเกิดขึ้น มีการวางระยะเวลาไว้หมด แต่คราวนี้ทำได้ไม่ง่ายเหมือนกับปี 2549 รัฐบาลให้ตนมาอยู่ตรงนี้ทำให้ทันกัน รู้ว่าคนพวกนี้คิดอะไร ที่ม็อบเรียกร้องทุกวันนี้เพราะประชาชนไม่เอาด้วย

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นนี้มีช่องโหว่อะไรหรือไม่ ผอ.ศรส. กล่าวว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ เพราะถ้าทำอะไรคนก็มองมาที่รัฐบาล เหตุระเบิดที่ ป.ป.ช. เมื่อคืนนี้คนก็มองว่ารัฐบาลโกรธ ป.ป.ช. หรือเปล่า ขอบอกว่าไม่ต้องไปโกรธหรอกเพราะนายกรัฐมนตรีไม่ผิด แต่เหตุที่เกิดขึ้นทำให้คนสงสัย ตนจึงบอกว่ายังไม่สงบ

ผู้สื่อข่ามถามว่า ประเมินเหตุการณ์ว่าต่อจากวันนี้ไปจะเป็นอย่างไร ผอ.ศรส. กล่าวว่า ให้ดูองค์กรอิสระ ถ้า ป.ป.ช. ตัดสินถูกใจนายสุเทพกับพรรคประชาธิปัตย์ บรรยากาศก็เป็นอย่างหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินถูกใจนายสุเทพ ถูกใจผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เหตุการณ์ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่ถ้าตัดสินออกมาแล้วเหตุและผลค้านกับสายตาคนดู ตนขอฟันธงว่าบ้านเมืองจะไม่สงบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะออกมาหรือไม่ ผอ.ศรส. กล่าวว่า แน่นอน เพราะความเป็นธรรมไม่มี ใครจะยอมใคร ที่สุดแล้วระบอบประชาธิปไตยต้องแข็งแกร่งกว่าระบอบอื่น ระบอบอื่นไม่สามารถทำลายล้างระบอบประชาธิปไตยได้ ใครที่คิดจะเอากลุ่มคน จะเอาองค์กรอิสระมาทำลายล้างประชาธิปไตยหมายความว่าบุคคลกลุ่มนั้นอยากเห็นความหายนะของประเทศ ซึ่งตนขอร้องให้เปลี่ยนใจ อย่าทำเลย เพราะบ้านเมืองเสียเสียหาย และอะไรที่ไม่เป็นธรรมก็จะถึงจุดที่ไม่มีใครกลัวใคร

ผู้สื่อข่าวถามว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมบอกว่าจะยอมตายคาสนามประชาธิปไตย คิดว่าจะถึงขนาดนั้นหรือไม่ ผอ.ศรส. กล่าวว่า นายกฯ พูดถูกแล้ว นายกฯ เป็นผู้นำรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน อะไรที่นายกฯ ทำผิดก็ยอมรับ อะไรที่นายกฯ ไม่ได้ทำผิดนายกฯ ต้องต่อสู้ ตนก็ต่อสู้ โดยเฉพาะเรื่องข้าว ตนรู้ตั้งแต่ต้นว่านายกฯ ไม่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องเฉพาะรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ แต่สอบไปสอบมา ก็ดึงนายกฯ ไปเกี่ยวข้องด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อดูจากสถานการณ์วันนี้คิดว่าซีกรัฐบาลในวันนี้จะสามารถกลับมาเป็นฝ่ายบริหารประเทศได้อีกหรือไม่ ผอ.ศรส. กล่าวว่า “ได้ ถ้าพี่น้องประชาชนสนับสนุน เรื่องนี้จบง่าย ๆ ก็พวกคุณแพ้เลือกตั้ง พวกคุณจะปล้นอำนาจ ปล้นไม่สำเร็จ ขัดขวางการเลือกตั้งไม่สำเร็จ ก็ปล่อยให้มีการเลือกตั้งไปให้จบ แล้วมีรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ก็ไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในเร็ววันนี้ เพื่อเตรียมมีสิทธิไปลงเลือกตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ที่จะต้องไม่อยู่นาน แล้วให้นำพิมพ์เขียวที่นายสุเทพบอกว่าจะปฏิรูปประเทศมาพิจารณา ถามความเห็นจากประชาชน ซึ่งรัฐบาลใหม่ยอมอยู่แล้ว อย่างนี้ก็จะไปได้ บ้านเมืองสงบ เมื่อถามต่อว่า ประเทศไทยจะต้องอยู่กับสถานการณ์แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ผอ.ศรส. กล่าวว่า อีกไม่นาน ธรรมะย่อมชนะอธรรม ยิ่งทำคนยิ่งน้อย

พร้อมกันนี้ ผอ.ศรส. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการขึ้นป้ายแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ภาคเหนือ ว่า พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 รายงานว่ามีการไปกล่าวโทษร้องทุกข์เรื่องการแบ่งแยกดินแดนจริง ตำรวจรับเรื่อง จากการสอบสวนเบื้องต้นยังไม่ปรากฏว่ามีการแบ่งแยกดินแดน แต่ตำรวจจะทำการสอบสวนต่อไป โดยมีการแจ้งความในเรื่องนี้ในพื้นที่จังหวัดพะเยา เชียงใหม่ ซึ่งวันนี้ตนจะได้สอบถามเรื่องจากผู้บัญชาการตำรวจอีกครั้ง ตนเป็นคนไทยคนหนึ่ง รักประเทศไทย ไม่อยากให้ใครมาแบ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ร.ต.อ.เฉลิมเคยพูดว่าเรื่องนี้อาจมาถึงจุดขององค์กรอิสระ ผอ.ศรส. กล่าวว่า ตนเคยพูดแล้วแต่ไม่ฟังกัน ที่ตนบอกนั้นไม่ผิดเพราะตนอยู่การเมืองมานานและมีพรรคพวกมาก ลำพังตัวนายสุเทพไม่มีเองไม่มีน้ำยา แต่นายสุเทพมีเบื้องหลัง

“นายสุเทพมีเส้น ถ้าไม่มีเส้นน็อคไปแล้ว รัฐบาลมีเส้นคือประชาชน มาจากการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์รู้ว่าเลือกตั้งอีก 2 สมัยก็แพ้ นายอภิสิทธิ์ยังวนอยู่กับระบอบทักษิณ ผมขอถามนักข่าวว่าระบอบทักษิณคืออะไร ก็คือคนที่คิดเก่งกว่าประชาธิปัตย์ แล้วพวกคุณแพ้เลือกตั้ง บอกขี้ข้าทักษิณ แล้วพวกคุณขี้ข้าใคร ผมเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เป็นลูกพรรคเพื่อไทย ผมไม่ใช่ขี้ข้า ถ้านายสุเทพแน่จริงขอให้บอกเลยว่าใครอยู่ข้างหลัง จะได้จบกัน จะได้แพ้ชนะกันไปเลย เพราะคนเบื่อ” ผอ.ศรส. กล่าว

CMPO's announcement of 05/03/2014


March 5, 2014

At 13:00 hrs. Mr.Tharit Pengdit, Director General, Department of Special Investigation, briefed the press on the outcome of the meeting of the Center For Maintaining Peace and Order (CMPO).

1. The CMPO wished to reaffirm that the CMPO is a special body established under the Emergency Decree with a duty to maintain democracy and enforce the law. However, as a result of the Civil Court's ruling, the authority of the CMPO has been limited. The CMPO has been attempting to perform its duties as much as possible by encouraging the public to not join the rallies, restoring functions of government agencies, and proceeding legal actions against those who had violated the law. 

2. The CMPO has received a report from the Metropolitan Police and Provincial Police regional commands regarding the legal proceedings against the election obstructions. So far, there are 190 cases involving election obstructions (51 cases in Bangkok and 139 cases in other provinces) and 174 cases involving the failure of electoral officers to perform their duties (63 cases in Bangkok and 111 cases in other provinces). 163 person already faced arrest warrants. 66 person have been brought to justice.

3. The Director of the CMPO will file a request to the Constitutional Court to consider whether the demonstrations led by the People's Democratic Reform Committee (PDRC) is a lawful assembly. The request will be attached with concrete evidences approximately 89 files.

วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2557

สรุปผลการประชุม ศรส. เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2557


ศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. มีผลการประชุมสมควรแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบ ดังนี้

1. ศรส.เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อกำหนดแนวทางการช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมปิดกรุงเทพมหานครของ กปปส. ขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่กำหนดแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อาทิเช่น  มาตรการให้ธนาคารของรัฐสนับสนุนเงินกู้หรือสินเชื่อบุคคลหรือภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ  มาตรการผ่อนปรนเบี้ยปรับการชำระหนี้  มาตรการขอความร่วมมือภาคธุรกิจผ่อนผันค่าปรับ เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม กับคู่สัญญาที่ชำระหนี้ล่าช้า เป็นต้น โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นประธานคณะทำงาน และผู้แทนกระทรวงที่สำคัญและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นคณะทำงาน  เมื่อคณะทำงานชุดนี้ได้ดำเนินการกำหนดแนวทางแล้วเสร็จ  ศรส.จะได้พิจารณาเสนอไปยังธนาคารของรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อขอความร่วมมือต่อไป  

2. ศรส.ขอสนับสนุนและเห็นด้วยกับ พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา  ผู้บัญชาการทหารบก ที่ได้แสดงการสนับสนุนให้มีการเจรจากัน และให้การแก้ไขปัญหาดำเนินการไปตามกฎหมาย ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับที่ ศรส. ปฏิบัติอยู่  โดยคณะกรรมการ ศรส. ก็มีผู้แทนของผู้นำเหล่าทัพทั้งหมดร่วมเป็นคณะกรรมการอยู่ด้วยแล้ว  อีกทั้งการปฏิบัติการต่าง ๆ ก็กระทำร่วมกันทั้งตำรวจ ทหารและพลเรือน ซึ่ง ศรส.ขอย้ำว่า ศรส.ไม่ใช่คู่กรณีหรือคู่ขัดแย้งกับกลุ่มใด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสนับสนุน กปปส. กลุ่มคัดค้าน กปปส. กลุ่ม นปช. หรือกลุ่มอื่นใด  แต่ ศรส. เป็นองค์กรพิเศษที่มีภารกิจเพื่อรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย  และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง  เพื่อแก้ไขปัญหาและนำความสงบสุขกลับคืนสู่สังคมและบ้านเมืองดังเดิม  

3. ศรส.ขอขอบคุณแกนนำ กปปส.ที่จะได้ยุบเวทีการชุมนุมต่าง ๆ ไปรวมกันที่เวทีสวนลุมพินี อันเป็นสัญญาณที่ดีว่า กปปส.ได้ลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากการชุมนุมปิดกรุงเทพมหานครมาเป็นเวลานาน  ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง  แต่ ศรส.ก็ยังห่วงใยการคงไว้ซึ่งเวทีชุมนุมถนนแจ้งวัฒนะ  และบริเวณถนนรอบทำเนียบรัฐบาล  รวมถึงการประกาศของนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ ที่จะยังคงส่งมวลชนไปปิดล้อมสถานที่ราชการต่าง ๆ รวมถึงบริษัท ห้างร้านภาคเอกชนด้วย  ซึ่งล้วนเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายและสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั้งสิ้น   สำหรับกลุ่ม กวป. ที่ชุมนุมบริเวณด้านหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. นั้น  ศรส.ขอเรียกร้องให้ยุติการชุมนุมโดยเร็ว เพราะได้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางถนนนนทบุรี 1 และทำให้กรรมการ ป.ป.ช. และข้าราชการ ป.ป.ช. ไม่สามารถเข้าทำงานได้ตามปกติ  การกระทำของแกนนำ กวป. เช่นนี้ เป็นการสร้างเงื่อนไขและความวุ่นวายในบ้านเมืองมากขึ้นไปอีก  ศรส.จึงได้มีหนังสือแจ้งพนักอัยการให้มีหนังสือสอบถามขอคำแนะนำไปยังศาลแพ่งว่า กรณีการชุมนุมของกลุ่ม กวป. ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. นั้น  ศูนย์รักษาความสงบและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินการเช่นใดจึงจะไม่เป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามทั้ง 9 ข้อของศาลแพ่งดังเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วนั้น  เพื่อให้การปฏิบัติงานของศูนย์รักษาความสงบและเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปตามกรอบของกฎหมายโดยไม่ฝ่าฝืนคำพิพากษาของศาลแพ่ง

 จึงประกาศมาเพื่อทราบทั่วกัน

CMPO's announcement of 01/03/2014

March 1, 2014

At 13:00 hrs. Mr.Tharit Pengdit, Director-General, the Department of Special Investigations, briefed the press on the outcome of the meeting of the Center For Maintaining Peace and Order (CMPO).

1. The CMPO has assigned the Secretary-General of the Office of National Economic and Social Development Board (NESDB) to lead a special committee with a duty to seek cooperations from public and private financial institutions in order to provide assisting measures for small and medium enterprises which have been affected by the demonstrations led by the People's Democratic Reform Committee (PDRC)

2. The CMPO wished to express its support for the position of General Prayuth Chan-O-Cha, the Army Commander-in-Chief, that the way of negotiation is the resolution to the current political conflicts. The CMPO wished to express that it is also the way that the CMPO has adhered with and it wished to reaffirm that the CMPO is not the opponent of any groups, whether pro- and anti- PDRC, and the United Front of Democracy Against Dictatorship (UDD). The CMPO is a special authority established with a duty to maintain democracy including peace and order.

3. The CMPO wished to express its appreciation for the PDRC's decision to move all protest sites to the Lumpini Park. However, the CMPO still has concerns about the demonstrations at the Chaeng Watthana Road and the Government House compound. Also, the CMPO wished to request the protest leaders at the office of the National Anti-Corruption Commission (NACC) to clear the way for officials to enter, as the demonstrations at that venue could ignite more political conflict. The CMPO will seek advices from the Civil Court about instructions for the police in dealing with the protesters in such venue.

วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ผอ.ศรส.เผยไม่เห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรีจะเจรจากับเลขาธิการ กปปส.


ผอ.ศรส.เผยเคารพการตัดสินใจของนายกฯ เรื่องการเจรจากับเลขาธิการ กปปส. แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่นายกฯ จะเจรจากับเลขาธิการ กปปส.ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีกบฏ-ผู้ต้องหาตามหมาย ฉ. พร้อมสั่งการทุกกระทรวง กรม ฟ้องร้องแพ่ง-อาญากลุ่ม กปปส.ที่บุกรุกสถานที่ราชการ ระบุไม่เลือกที่รักมักที่ชังจะเอาผิดทุกกลุ่มผู้ชุมนุมที่กระทำผิดกฎหมาย

วันนี้ (28 ก.พ.57) เวลา 10.35 น. ที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผู้อำนวยการ ศรส. ให้สัมภาษณ์ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย แสดงความคิดเห็นกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. จะขอพบและเจรจากับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แบบตัวต่อตัวออกโทรทัศน์ให้ประชาชนทั่วประเทศรับทราบ ว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่านายกฯ จะตัดสินใจอย่างไร แต่คิดว่านายกฯ ไม่ควรให้เกียรตินายสุเทพ เพราะนายสุเทพเป็นผู้ต้องหาคดีกบฏ เป็นผู้ต้องหาตามหมาย ฉ. เป็นผู้นำ กปปส. ซึ่งเป็นองค์กรเถื่อน ขณะที่นายกฯ เป็นผู้นำประเทศตามกฎหมายและตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ตนมองว่านายสุเทพไม่มีทางไป ขอพบนายกฯ แต่ถ้านายกฯ ไปพบ ตนก็เคารพการตัดสินใจของนายกฯ ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยคนหนึ่ง คิดว่านายกฯ ไม่ควรให้เกียรตินายสุเทพ เพราะนายสุเทพไม่มีเกียรติ พูดร้อยแปดพันครั้งว่าจะไม่พบนายกฯ โดยเด็ดขาด จะจับ จะยึดทรัพย์ จะเนรเทศนายกฯ จะเนรเทศทั้งตระกูล เพราะนายสุเทพไม่มีทางไปถึงกลับมาทางนี้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าทั้งหมดเป็นความคิดของตนเอง ไม่เกี่ยวกับ ศรส.

“ความเห็นของผม เรายึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยใช่ไหม ปี 49 พวกคุณปฏิวัติ ร่างรัฐธรรมนูญ พวกผมเป็นฝ่ายค้าน คุณแพ้เลือกตั้งใช่ไหม คุณมาปล้นคนของพวกผมไป ตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ นายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพแก้ปัญหาม็อบตายเกือบ 100 คน บาดเจ็บเกือบ 2,000 คนใช่ไหม คุณยุบสภาฯ คุณเป็นรัฐบาล ผมเป็นฝ่ายค้าน พวกผมชนะเลือกตั้งใช่ไหม คุณแพ้เลือกตั้งในขณะนั้นครั้งหนึ่ง รัฐบาลรัฐประหารครั้งที่สอง คุณเป็นนายกฯ พวกผมชนะเลือกตั้ง เมื่อพวกผมชนะเลือกตั้งมาตลอด คราวนี้คุณไม่ลงเลือกตั้งเพราะคุณกลัวแพ้การเลือกตั้ง วิธีที่ดีที่สุดคุณต้องยอมรับเลือกตั้งแล้วต้องเลือกตั้งให้เสร็จ ตั้งรัฐบาลแล้วอยู่สั้น ๆ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ มีความคิดจะปฏิรูปการเมืองอย่างไรเสนอมา แต่ต้องถามประชาชนว่าเอาด้วยไหม ถึงวันนั้นนายกรัฐมนตรีก็ยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ภายใต้การปฏิรูปที่ทุกฝ่ายยอมรับ วิธีนี้ดีที่สุด ไม่เสี่ยงคุก ไม่เสี่ยงตาราง สมมติมาเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก พอนายกฯ ลาออก พวกนั้นก็ไปแจ้งจับนายกฯ” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะ ผอ.ศรส. จะมีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการที่นายกรัฐมนตรีเจรจากับนายสุเทพแบบตัวต่อตัว ให้ต่างฝ่ายต่างมีตัวแทนมาเจรจากันหรือไม่ ผอ.ศรส. กล่าวว่าไม่ขอแสดงความเห็น เมื่อถามต่อว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประธานที่ปรึกษา ศรส. เสนอให้ ร.ต.อ.เฉลิม พูดคุยกับนายสุเทพ โดยผอ.ศรส. กล่าวว่า “ผมไม่คุย ผมเป็น ผอ.ศรส. นายสุเทพเป็นผู้ต้องหาคดีกบฏ”

ผอ.ศรส. กล่าวถึงจำนวนผู้มาร่วมชุมนุมกับนายสุเทพว่ามียอดสูงสุดอยู่ที่ 210,000 คน โดยเมื่อคืนที่ผ่านมายอดผู้ชุมนุมเหลือเพียง 3,000 กว่าคน ที่เวทีชุมนุมสี่แยกปทุมวันนายสุเทพขึ้นพูดมีคนฟัง 3,700 คน แต่พอนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขึ้นพูด ผู้ชุมนุมลดลงเหลือประมาณ 800 คน ตนมองว่าพวกนี้ไม่ใช่นักปราศรัย เพราะนักปราศรัยต้องพูดให้คนฟังรู้สึกโกรธแทน แต่นี่พูดไปโกรธไป ด่าไป คนฟังก็กลับบ้านหมด ตนเป็นนักปราศรัยที่เวลาปราศรัยมีเนื้อหาสาระ เมื่อคนฟังก็รู้สึกโกรธแทน แต่นี่โกรธเอง คนเลยกลับหมด เรื่องไม่สนุกก็สนุกเอง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ผู้ชุมนุมประกาศระดมพลเคลื่อนไหวยกระดับขับไล่นายกรัฐมนตรี และมีเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น ผอ.ศรส. กล่าวว่า ไปขับไล่ ถ้าเข้าล็อค เจ้าหน้าที่ก็จับ วันนี้ในที่ประชุม ศรส. ตนจะสั่งการทุกกระทรวง กรม ให้ฟ้องร้อง กปปส. ที่ไปบุกรุกสถานที่ราชการทั้งทางแพ่งและอาญา และหมายจับ ฉ. 18 ฉบับก็มีผลแล้ว


ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวออกมาว่าประมาณกลางเดือนมีนาคมนี้ เหตุการณ์ทุกอย่างจะเรียบร้อย ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผอ.ศรส. กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ถ้าถามตน ๆ คิดว่า พวกแพ้เลือกตั้งแล้วมาตีรวน แพ้เลือกตั้งแล้วมาแย่งคนของเขาไป ไปตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่เป็น ผอ.ศรส. จะดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมทุกกลุ่มหรือไม่ ผอ.ศรส. กล่าวว่าดูทุกกลุ่มที่เคลื่อนไหว การที่กลุ่ม นปช. ประกาศเคลื่อนไหวปิดองค์กรอิสระ เพราะเลียนแบบนายสุเทพที่เชื่อว่าศาลแพ่งให้ทำได้ เมื่อถามต่อว่า ศรส. จะดำเนินการฟ้องทั้งทางแพ่งและอาญากับกลุ่มผู้ชุมนุมทุกกลุ่มใช่หรือไม่ ผอ.ศรส. กล่าวว่า ใครทำผิดก็เหมือนกันหมด ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง

พร้อมกันนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ได้กล่าวขอเตือนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ว่า ให้ทำหน้าที่เฉพาะหน้าที่ของตัวเอง เพราะทุกวันนี้นายสมชัยออกมาให้สัมภาษณ์จนสร้างความสับสน นายสมชัยมาจากการเลือกตั้ง จากคน 6 คน แต่พรรคเพื่อไทยและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้งของประชาชน นายสมชัยพยายามพูดจาชี้นำสังคมไทยโดยปราศจากข้อเท็จจริง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไปประชุมที่จังหวัดสงขลาจะเกิดปัญหา ก็ยังพยายามที่จะดำเนินการให้เกิดการประชุมให้ได้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเมื่อยุบสภาฯ แล้วพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งออกได้ครั้งเดียว ก็พยายามจะเสนอศาลรัฐธรรมนูญ นายสมชัยรู้หรือไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญมีแนวโน้มความรู้สึกนึกคิดไม่ตรงกับพรรคเพื่อไทย ตนขอร้องให้นายสมชัยหยุด และอยากให้ กกต. อีก 4 คนออกมาพูดบ้าง ไม่ใช่ให้นายสมชัยพูดอยู่คนเดียว มาสร้างความสับสน ที่นายสมชัยพูดนั้นไม่มีหลักมีเกณฑ์

วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557

CMPO warns 1-5 years imprisonment for obstructing voting

CMPO warned that any obstruction to the election will be sentenced up to 5 years in prison
At 13:00 hrs. Mr.Tharit Pengdit, Director-General, the Department of Special Investigations, briefed the press on the outcome of the meeting of the Center For Maintaining Peace and Order (CMPO) earlier in the day, gist as follows: 

First, following the process of negotiation with Mr.Suthep Thaugsuban, Secretary-General of the People's Democratic Reform Committee (PDRC) to not obstruct the election on 2 February, the CMPO was informed that Mr.Suthep denied any negotiation. An attempt to negotiate with the PDRC will be carried on.

Second, the CMPO encouraged the public to exercise their rights to vote. Security units consisted of police and military personnel will be deployed to secure polling stations. Mobile rapid units will also stand by. For further traffic and security information, please contact 1599 or 1197. The CMPO also warned the protesters not to obstruct the election as it is against the law and punishments would be complied. Police officers will be equiped with camera devices to record any violation. 

Third, from 3 February, the functions of government agencies will be gradually restored to provide public services. Security personnel will be deployed in several venues.

Fourth, people affected by the demonstrations had filed complaints and requests to police stations and the Crime Suppression Division. The CMPO would take immediate action in response. The CMPO also appreciates any form of supports from the private sector to those who were affected.

Fifth, the CMPO through the Royal Thai Police and Department of Special Investigations, had collected more evidence and requested the Criminal Court to issue arrest warrants for 19 protest leaders on 30 January. It is currently under the consideration of the Court.