แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กปปส. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กปปส. แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557

ตัวแทนกลุ่มชาวพุทธแจ้งความดำเนินคดี 'พุทธะอิสระ' กระทำความผิดร้ายแรง


21 มกราคม 2557 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายชัยธนพล ศรีจิวังษา ตัวแทนกลุ่มชาวพุทธ พร้อมด้วยนายเสถียร วิพรมมา เลขาธิการองค์กรชาวพุทธ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พระสุวิทย์ ธีรธมโม หรือ พุทธะอิสระ หลังจากฝ่าฝืนคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามพระภิกษุสามเณร เกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ.2538 ตาม พ.ร.บ.สงฆ์ และความผิดอาญา หมวด 2 มาตรา 113 ฐานร่วมกันเป็นกบฎ รวมทั้งกล่าวจาบจ้วง ดูหมิ่นเหยียดหยามพระมหาเถระ หรือสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช วัดปากน้ำภาษีเจริญ และกระทำความผิดร้ายแรง ไม่ปฏิบัติตามคำเตือนของพระพรหมมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะเจ้าคณะภาค 14-15 (ฝ่ายธรรมยุต) พระสังฆาธิการปกครองเขต

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากพุทธอิสระ ได้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส.และยังเป็นแกนนำ ในการนำมวลชนบุกเข้าไปปิดสถานที่ราชการ ย่านถนนแจ้งวัฒนะ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยมีการกระทำผิดชัดเจน นอกจากนี้ในวันที่ 22 มกราคมนี้ เวลา 14.00 น.กลุ่มพุทธบริษัท จะเดินทางเข้าพบเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เพื่อให้สอบสวนทางทางวินัยหลวงปู่พุทธอิสระ ด้วย

ประณาม กปปส.ใช้กำลังข่มขู่ข้าราชการ


21 มกราคม 2557 เวลา11.30น.นายชัยเกษม นิติศิริ รมว.ยุติธรรม เเถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ว่า "การชุมนุมของกปปส.อย่างต่อเนื่องก่อให้เกิดความวุ่นวายเเละไม่สงบเรียบร้อยในบ้านมือง เเกนนำกปปส.ตกเป็นผู้ต้องหาคดีกบฏ คดีนี้เป็นคดีพิเศษเเละได้มีการเเจ้งข้อกล่าวหา58เเกนนำกปปส. มาตรา113-114-116-215 เเห่งประมวลกฎหมายอาญา การชุมนุมดังกล่าวยกระดับที่เพิ่มความรุนเเรงเป็นลำดับจนกระทั่งปิดกทม.ตั้งเวทีต่อต้านรัฐบาลบนถนนหลายสาย เเละบุกรุกสถานที่ราชการจนประชาชนเเละข้าราชการเข้าไปไม่ได้ ใครไม่เห็นด้วยผู้ชุมนุมจะถูกคุกคามข่มขู่ การกระทำดังกล่าวนั้นถือว่าผิดกฎหมายเเละไม่ให้เกียรติ ดูหมิ่น คุกคาม  ข้าราชการเเละหน่วยงานของรัฐขณะปฏิบัติหน้าที่ เเม้กปปส.จะกระทำการดังกล่าว เเต่ข้าราชการเเละหน่วยงานของรัฐยังทุ่มเททำหน้าที่ของตัวเองภายใต้สถานการณ์กดดันอย่างไม่ย่อท้อ รัฐบาลขอชื่มชมเเละให้กำลังใจ ขอบคุณข้าราชการทุกคนที่มุ่งมั่นทุ่มเทปฏิบัติภารกิจเต็มที่เพื่อประโยชน์บ้านเมืองเเละประชาชนเเม้ต้องอดทนต่อการคุกคามเเละไม่สามารถทำงานในสถานที่ปกติได้   รัฐบาลพยายามเต็มที่ให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยปฏิบัติราชการเพื่อบริการประชาชนได้ตามปกติ ขอให้มั่นใจว่าประชาชนติดต่อราชการได้ตามปกติ หากมีขัดข้องติดต่อหมายเลขโทรศัพท์1111"

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวว่า "วันที่ 20 มกราคมเเกนนำกปปส.จำนวนหนึ่งนำมวลชนไปปิดล้อมอาคารซอฟท์เเวร์ปาร์ค ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานชั่วคราวของดีเอสไอ โดยผู้ชุมนุมบุกไปตามชั้นต่างๆข่มขู่ไล่ต้อนข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ออกจากสถานที่ โดยนำโซ่เเละกุญเเจคล้องห้องทำงาน ร้ายเเรงกว่านั้นเเกนนำเเละการ์ดกปปส.ล้อมกรอบพ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์  ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 ดีเอสไอ โดยขู่เข็ญด่าว่า ทำให้พ.ต.อ.นิรันดร์ยกมือไหว้ขอร้องอย่าใช้ความรุนเเรงเเละทำร้าย  การกระทำดังกล่าวนอกจากผิดกฎหมายเเละยังนับเป็นเเบบอย่างเลวร้ายที่ไม่ควรเป็นเเบบอย่างในสังคม  ตนขอประณามการกระทำของเเกนนำเเละควรยุติการกระทำอันเลวร้าย เเม้เจ้าหน้าที่จะใช้อาวุธต่อสู้ป้องกันตัวได้โดยชอบด้วยกฎหมายเเต่ได้หลีกเลี่ยงตามนโยบายรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายเป็นเครื่องมือของเเกนนำ อาคารนั้นเป็นสมบัติของประชาชนเเละการปฏิบัติงานของข้าราชการคือบริการประชาชน การกระทำของเเกนนำทำให้ทรัพย์สินข้าราชการเสียหาย มันคือการทำร้ายประเทศเเละประชาชนโดยตรง เเม้สถานการณ์ยุ่งยาก ตนยืนยันว่าข้าราชการของกรมนี้มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม เพื่อรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายเเละละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ในยามบ้านเมืองวุ่นวาย ขอร้องประชาชนอย่าร่วมชุมนุมเเละสนับสนุนการชุมนุมเเละอาจกลายเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย  ทั้งนี้เพื่อยุติความเสียหายของประเทศ"

ศอ.รส. แถลง ผบ.ตร. สั่งเพิ่มจุดตรวจ และการตรวจร่วมตำรวจ-ทหาร ยืนยันเหตุระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เจ้าหน้าที่เร่งทำงานเต็มที่


วันที่ 20 มกราคม 2557 พลตำรวจตรีอนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้เพิ่มจุดตรวจ รวมทั้งการตรวจร่วมทหารกับตำรวจด้วย โดยเน้นการควบคุมอาวุธ หลังเกิดความรุนแรงในการชุมนุมขึ้นหลายครั้ง นอกจากนี้ยังได้ประชุมเจ้าหน้าที่สืบสวนเพื่อเร่งรัดคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปมีส่วนร่วมแต่อย่างใด มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่จะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเท่านั้น

สำหรับผลการปฏิบัติงานของตำรวจ บริเวณด่านตรวจรอบพื้นที่ชุมนุม เมื่อคืนที่ผ่านมาสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ทั้งหมด 23 ราย โดยยึดอาวุธปืนได้ 4 กระบอก พร้อมผู้ต้องหา 4 คน, อาวุธมีด 11 เล่ม ส่วนคดียาเสพติดสามารถยึดยาบ้า 359 เม็ด ยาไอซ์ 332 กรัม และใบกระท่อม 45 ใบ ขณะที่เมื่อคืน เวลาประมาณ 22.00 น. ที่ด่านตรวจความมั่นคงบริเวณสะพานพุทธยอดฟ้าฯ พบรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีแดงเข้ม ซึ่งผู้ขับขี่ท่าทีมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ พบระเบิดพลาสติกจำนวน 2 ลูก และอาวุธต่างๆ เช่น มีด, เคียว และกระบอกเหล็ก อีก 17 รายการ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ดำเนินคดี

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ที่บริเวณด่านตรวจสะพานพุทธ หลังพบท่าทีพิรุธของรถยนต์กระบะคันหนึ่ง จึงเรียกตรวจค้นพบของกลางเป็นไม้คมแฝก หน้าไม้ ระเบิดพลาสติกปลอม อาวุธมีด และเคียว ก่อนนำตัวไปสอบสวน ขณะที่เหตุระเบิดบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเมื่อวานนี้ ทาง ศอ.รส. ได้เร่งรัดเพื่อจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ

ทั้งนี้ สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในวันนี้ กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. มีการเคลื่อนตัวไปปิดธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สนามบินน้ำ เป็นต้น ขณะที่ในต่างจังหวัดได้มีการตั้งเวทีคู่ขนานร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. 18 จังหวัด ในภาคต่างๆ รวมถึงมีมวลชนที่สนับสนุนให้มีการเลือกตั้งอีก 11 จังหวัด

วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

ศอ.รส.แถลงข่าวสถานการณ์ทั่วไปที่เกิดขึ้นในวันที่ 19 มกราคม 57


รายงานผลการประชุม ศอ.รส. โดยมีการรายงานผลตลอด 24 ชั่วโมง มีการปิดสะพานพระราม8 ปิดกระทรวงพลังงาน และมีการเคลื่อนตัว ของกลุ่มผู้ชุมนม โดยวันนี้นายสุเทพฯจะไป ธ.ออมสินสำนักงานใหญ่ นายอมรฯจะไปสภาพัฒน์ฯ นายพุฒิพงษ์ฯ จะไปสนามบินน้ำ และกระทรวงการคลัง เวทีคู่ขนาน 18 จังหวัดภาคเหนือ 4 จังหวัด อีสาน 4 จังหวัด ใต้ 10 จังหวัด ในส่วนของเวทีมวลชนที่สนับสนุนการเลือกตั้ง มีที่ภาคเหนือ 4 จังหวัด อีสาน 2 จังหวัด กลางและกรุงเทพ 2 จังหวัด

ผลการตั้งด่าน : มีการจับกุม 23 ราย ปืน 4 กระบอก จับผู้ต้องหา ได้ 4 ราย แล้วยึดพืชกระท่อม 45ใบ มีด 11 เล่ม ยาบ้า359เม็ด ไอซ์332กรัม และมีการตรวจค้นรถมิสซูบิชิสีแดง พบสิ่งเทียมอาวุธหลายรายการและได้นำส่ง สน.บุปผาราม 

เหตุปาระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยฯ จากการแถลงข่าวในตอนเย็นของพล.ต.อ.วรพงษ์ฯ โดย ศอ.รส ได้มีการประสานแกนนำในการรักษาความปลอดภัย เพิ่มขึ้น ผอ.ศอ.รส.มีการปรับแผนในการตั้งจุดตรวจ โดยให้มีการตั้งจุดตรวจในตอนกลางวันเพิ่มอีกด้วย 

ในส่วนที่กปปส.จะไปปิดสถานที่ต่างๆผอ.ศอ.รส.ให้จนท.ตำรวจเน้นการเจรจาก่อน แต่ถ้าหากพบมีการฝ่าฝืนกฎหมาย เช่นการทำลายทรัพย์สินให้ดำเนินการทันที 

ในเรื่องการจราจรวันนี้มีการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น โดยมีการตั้งจุดบริการด้านการจราจรเพิ่มมากขึ้นในช่วงเช้าและเย็น นอกจากนี้ในจุดบริการประชาชนตั้งแต่วันที่ 13-19 ม.ค.2557 มีการแนะนำเส้นทางจากตำรวจจราจรจำนวน 3543 ครั้ง การช่วยบริการรถเสีย 12ครั้ง อุบัติเหตุทางรถยนต์ 17 ครั้ง รายงานผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการจราจร199 ครั้ง

รองโฆษก ศอ.รส.แถลงข่าวสถานการณ์ทั่วไปที่เกิดขึ้นในวันที่ 19 มกราคม 57
การแถลงข่าว ศอ.รส. วันที่ 20 มกราคม 2557 เวลา 11.30 น. 
ผู้แถลง : 
พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ 
พ.ต.อ.หญิงวิชญ์ชยากร ณิชาบวร 
พ.ต.ท.กฤษณะ พัฒนเจริญ 

วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2557

ภาพชายต้องสงสัยที่ขว้างระเบิดใส่กลุ่ม กปปส.ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ภาพชายต้องสงสัยที่ขว้างระเบิดใส่กลุ่ม กปปส.ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

จากกรณีมีเหตุระเบิดจำนวน 2 ครั้งเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้(19 ม.ค.57) ที่บริเวณเต็นท์หลังเวทีของกลุ่ม กปปส. และที่บริเวณถนนราชวิถีใกล้สะพานลอยคนข้าม เป็นเหตุใก้มีผู้ได้รับเจ็บจำนวน 28 ราย นั้น

ตร.ฝ่ายสืบสวนได้ทำการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆรวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิด เบื้องต้นพบชายต้องสงสัยจำนวน 1 ราย เป็นชาย สวมหมวกปิดบังใบหน้า ตามภาพข้างล่างนี้

ประชาชนท่านใดมีข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงชายต้องสงสัยตามภาพได้ กรุณาแจ้งมายัง
Facebook : policespokesmen
E-Mail : Policespokesmen@police.go.th
ข้อมูลของท่านจะเป็นความลับ โปรดช่วยกันนะครับเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชนและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง







ความคืบหน้าคดีระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ความคืบหน้าคดีระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ




พลตำรวจเอกวรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถยืนยันว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นชนิดเดียวกับบริเวณถนนบรรทัดทองหรือไม่ ต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ยอมรับว่า ในที่เกิดเหตุตำรวจได้พยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ทั้งกระเดื่องและสลักระเบิด รวมทั้งพยานบุคคลและภาพจากกล้องวงจรปิด โดย พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม ควบคู่กับการใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยเชื่อมั่นว่า จะสามารถตามจับกุมคนร้ายได้ เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจน แต่ขณะนี้ ยังไม่สามารถระบุกลุ่ม และวัตถุประสงค์ในการก่อเหตุครั้งนี้ แต่จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุมีประมาณ 6 คน และแฝงตัวมาในกลุ่มผู้ชุมนุม เมื่อก่อเหตุแล้ว ได้หลบหนีไปยังบริเวณแยกตึกชัย และขว้างระเบิดอีก 1 ลูก เพื่อป้องกันไม่ให้การ์ดผู้ชุมนุมมติดตามมา ก่อนจะหลบหนีเข้าซอยวัดมะกอก ข้างโรงพยาบาลราชวิถี ขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป


ส่วนเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น จะเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดก่อนหน้านี้หรือไม่ ต้องรอฝ่ายสืบสวนก่อน เพราะกลุ่มเดียวกัน ก็สามารถใช้ระเบิดหลายชนิดได้

                                              

ส่วนเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความเป็นห่วงและพยายามป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้น โดยที่ผ่านมา มีการประสานกับหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชน และนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ในการกำหนดมาตรการเฝ้าระวังมาตรการป้องกันเหตุร่วมกัน ซึ่งเบื้องต้น ได้ข้อสรุปว่า พื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ช่วงเวลา 01.00-05.00 น. ตำรวจจะตั้งจุดตรวจค้นโดยรอบพื้นที่ ส่วนในเวลาอื่นนั้น ทางการ์ดผู้ชุมมนุม จะเป็นผู้รับผิดชอบในการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยเอง