วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ผอ.ศรส. มอบ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผช.ผบ.ตร. เจรจาขอคืนพื้นที่กระทรวงมหาดไทย บ่ายวันนี้


ผอ.ศรส.เผย มอบ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผช.ผบ.ตร. เจรจาขอคืนพื้นที่กระทรวงมหาดไทยจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปิดล้อม ช่วงบ่ายวันนี้ หากไม่สำเร็จจะสั่งการตำรวจดำเนินการจับกุม ระบุขอให้นายสุเทพมอบตัว พร้อมย้ำไม่ใช้ความรุนแรง ไม่สลายการชุมนุม

วันนี้ (5 ก.พ.57) เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บก.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศรส. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนเข้าประชุม ศรส. ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวบนเวทีชุมนุมว่าตนจะนำรถมาบรรทุกมาจับกุมผู้ชุมนุมที่เวทีชุมนุมนั้น นายสุเทพกล่าวบิดเบือนความจริง กล่าวเท็จ ปลุกระดม เพราะตนไม่เคยพูดว่าจะไปจับกุมผู้ชุมนุม

ผอ.ศรส. กล่าวย้ำหากกลุ่มผู้ชุมนุมไปบุกรุกสถานที่ราชการจะสั่งจับ และขอบอกไปยังนายสุเทพว่าอย่าฟ้องกองทัพมากนัก ต นจะฟ้องบ้างว่า กปปส. เกเร ชุมนุมไม่สงบ เปิดเผยจริงแต่ไม่อหิงสา ไปบุกรุกสถานที่ราชการ โดยขณะนี้ ร.ต.แซมดิน เลิศบุญ แกนนำ กปท. นำมวลชนจำนวนหนึ่งไปบุกยึดกระทรวงมหาดไทยที่เป็นกระทรวงเก่าแก่ได้รับพระราชทานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ไปร้องทุกข์ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.56 พร้อมกับดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่ง และวันนี้ตนจะมอบหมายให้ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กับ พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไปเจรจาขอร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากกระทรวงมหาดไทย และขอทราบผลในเวลา 14.00 น. หากเจรจาไม่สำเร็จจะสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม และตนไม่เข้าใจว่ากระทรวงมหาดไทยทำอะไรกันอยู่ อย่าไปสนใจกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จาก จ.ชุมพร และสุราษฎร์ธานี เพราะกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศมีหลายแสนคน

“ผมยื่นโนติส หากบ่ายนี้การเจรจาไม่เป็นผล จับตามกฎหมาย บุกรุกสถานที่ราชการ เพราะกระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงศักดิ์สิทธิ์ แล้วอยู่กันไม่กี่คน ถ้าอยากแตกหักก็ให้ยกไปล้อมไว้ ถ้าคุณล้อม ผมล้อมต่อ คุณต้องออกไป คุณไปยึดกระทรวงมหาดไทยไม่ได้โดยเด็ดขาด สำหรับนายสุเทพที่บอกว่าไม่มีมือปืนมาล้อมรอบนั้นโกหก มีไม่ต่ำกว่า 50 คน ผมกลัวเสียเลือดเนื้อ ไม่อย่างนั้นผมสั่งจับไปแล้ว และในที่สุดก็ต้องสั่งจับ ทางดีที่สุดขอให้นายสุเทพมอบตัว ขอเรียนว่าทางกองทัพมีความเป็นห่วง ผมไม่ใช้ความรุนแรง แต่ขณะนี้ม็อบเหิมเกริม ม็อบบ้าอำนาจและกล่าวเท็จ ผมขอย้ำกับทางกองทัพอีกครั้งว่าผมจะไม่สลายการชุมนุม แต่การดำเนินการกับกระทรวงมหาดไทยวันนี้ต้องฟังคำสั่ง ศรส. ถ้าไม่ฟัง จับ” ผอ.ศรส.กล่าว

ผอ.ศรส. กล่าวย้ำว่าขอเตือนให้นายสุเทพเข้ามอบตัว ตนยังรักนายสุเทพ เพราะส่วนตัวแล้วไม่มีอะไรกัน หากนายสุเทพอยากออกโทรทัศน์ปฏิรูปการเมืองเพื่อให้ทุกอย่างเบาบาง ก็ให้มาออกกันคนละเวทีคนละจอ เพราะหากเป็นเวทีเดียวกันจะยุ่ง ขอให้นายสุเทพเตรียมไว้และอย่าลืมเรื่องที่บอกว่าจะให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งอย่าลืมเรื่องที่จะปฏิรูปตำรวจให้ไปขึ้นกับท้องถิ่น โดยขอให้นายสุเทพนำนักวิชาการที่บอกว่ารอทหารปฏิวัติมาร่วมเวทีด้วย ซึ่งวันนี้นักวิชาการนั้นกลับไปร้องไห้แล้วเพราะกองทัพประกาศแล้วว่าไม่ปฏิวัติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นห่วงหรือไม่ที่ขณะนี้ม็อบพุ่งเป้าหมายไปที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยการตามไปไล่ทุกที่ที่ไป ผอ.ศรส. กล่าวว่า ก็ให้ลองดู ตนในฐานะ ผอ.ศรส. จะไม่ยอม นายกรัฐมนตรีเป็นคนใจดี อยากให้ดำเนินการนุ่มนวล แต่ม็อบชุมนุมอย่างนี้ไม่มีใครนุ่มนวลด้วยแล้ว แตกหักก็แตกหัก

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มเปิดสะพานพระราม 8 เปิดถนนต่าง ๆ แล้วจะทำให้สถานการณ์เบาบางลงหรือไม่ ผอ.ศรส.กล่าวว่า ดีเพราะกลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้คะแนน แต่ตนไม่ขอบคุณม็อบเพราะเป็นหน้าที่ของเขา ตนไม่ขอบคุณคนทำผิด เพราะ ศรส.ไปเจรจา 3 รอบแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีม็อบชาวนาที่จะเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ ผอ.ศรส. กล่าวว่า ม็อบชาวนาเดือดร้อนเป็นคนละเรื่องกับ ศรส. ขอให้ไปถามนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับให้ไปถามกระทรวงพาณิชย์ และตนไม่ห่วงว่าม็อบจะไปรวมกับ กปปส. ตนเข้าใจปัญหาของม็อบชาวนา แต่เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังกับกระทรวงพาณิชย์ต้องแก้ไข

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะ ผอ.ศรส. ได้เคยมีการต่อสายพูดคุยกับทางเหล่าทัพโดยตรงหรือไม่ ผอ.ศรส. กล่าวว่า “ไม่เคย ผมไม่เคยรบกวนกองทัพ ผมไม่รู้จักสักเหล่าทัพเดียว และผมไม่รบกวน เป็นเรื่องของท่านนายกรัฐมนตรี”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนว่า ศรส. ท้าทายให้ม็อบมาที่ ศรส. เลย ผอ.ศรส. กล่าวว่า ไม่ได้ท้าทายแต่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กับนายชุมพล จุลใส แกนนำ กปปส. บอกว่าจะบุกที่นี่ ถ้ามาก็ให้อยู่ข้างนอก แต่ตนไม่ยินดีต้อนรับ ส่วนเรื่องการจับกุม กปปส. เป็นเรื่องการเมืองไม่ใช่อาชญากรรม การเมืองเป็นเรื่องความคิด จะไปใช้อำนาจสลายการชุมนุมไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเลื่อนวันเลือกตั้ง ส.ส.ออกไปจนเลยวันเลือกตั้ง ส.ว.ในเดือนมีนาคมนี้ สถานการณ์จะยังควบคุมได้หรือไม่ ผอ.ศรส. กล่าวว่า อย่าไปใส่ใจ บางคนในพรรคเพื่อไทยใจร้อน วันนี้ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันเลือกตั้งจะมีปัญหาอีก บัตรเลือกตั้งยังส่งไม่ได้ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่ครบ กรรมการลาออก วันนี้ กกต. ไม่พร้อม ผู้ว่าฯ ไม่ให้ความร่วมมือ ตนเห็นด้วยว่าไม่จำเป็นที่จะต้องรีบร้อนจัดการเลือกตั้ง วันนี้หลายอย่างไม่พร้อม ให้เลื่อนออกไปก่อนแต่ไม่รู้ว่าเมื่อไร แต่เลื่อนแล้วทีเดียวต้องจบ อย่าไปใจร้อน ทั้งนี้ ขอให้เห็นใจ กกต. ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มองว่าทางการเมืองจะเกิดสุญญากาศ จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ไปอีกนานหรือไม่ ผอ.ศรส. กล่าวว่า “ไม่มีสุญญากาศ กฎหมายบอกว่าให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่บางคนไม่รู้เรื่อง ชอบเรียกรัฐบาลรักษาการ ซึ่งไม่มีตามกฎหมาย”

ศรส. แจงผลสอบสวนกรณีบุคคลต่างด้าว สาธิต เซกัล มีข้อเท็จจริงพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสั่งเนรเทศตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยจะเร่งดำเนินการเร็วที่สุด

ศรส. เตรียมออกคำสั่งระงับการทำธุรกรรมบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ท่อน้ำเลี้ยงแกนนำ กปปส.-สั่งให้เข้าชี้แจงกลุ่มแรก 120 รายชื่อ ระบุขีดเส้น 15.00 น. วันนี้ขอคืนพื้นที่ ก.มหาดไทยจากแกนนำ ชี้หากเจรจาไม่เป็นผลใช้มาตรการจับกุม แจงผลสอบสวนบุคคลต่างด้าวสาธิต เซกัล มีข้อเท็จจริงพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสั่งเนรเทศตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน


วันนี้ (5 ก.พ.57) เวลา 13.00 น. ที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ในฐานะกรรมการ ศรส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ผกก.ฝ่ายตำรวจสากลและประสานงานภูมิภาค 1 รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการประชุม ศรส. ประจำวันซึ่งมีมติที่สำคัญ ดังนี้

1. กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค ได้รายงานความคืบหน้าของการสืบสวนสอบสวนกรณีแกนนำ กปปส. และกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันกระทำผิดโดยการขัดขวางการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาในกรุงเทพมหานครจำนวน 24 คดี และในภูมิภาคต่างจังหวัดจำนวน 9 คดี ซึ่ง ศรส. ได้เร่งรัดให้ดำเนินคดีด้วยความรวดเร็ว เพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไปโดยเฉพาะจะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างให้มีการกระทำผิดในการเลือกตั้งครั้งต่อไปอีก

2. ผู้อำนวยการ กกต. ประจำกรุงเทพมหานคร ได้เข้าชี้แจงกับ ศรส. ถึงเหตุการณ์ขัดขวางการเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งบางคนสั่งปิดการเลือกตั้งโดยเร็ว และมีเหตุผลไม่เพียงพอ การลาออกของเจ้าหน้าที่โดยกะทันหันจนไม่อาจหาผู้ทำหน้าที่ทดแทนได้ ซึ่ง ศรส. จะได้มอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับ กกต.ประจำกรุงเทพมหานคร สอบสวนดำเนินคดีโดยเด็ดขาดต่อไป

3. เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้ชี้แจงผลการดำเนินการเพื่อสั่งระงับการทำธุรกรรมและดำเนินคดีกับผู้สนับสนุนให้แกนนำ กปปส. กระทำผิดในลักษณะท่อน้ำเลี้ยง ซึ่ง ศรส. ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานหลายฝ่ายเข้าสนธิกำลังกันคือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสรรพากร คาดว่าจะสามารถออกคำสั่งของ ศรส. สั่งระงับการทำธุรกรรม และสั่งให้ชี้แจงกลุ่มแรกประมาณ 120 รายชื่อ ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในเร็ววันนี้

4. ผู้อำนวยการ ศรส. ได้แต่งตั้งชุดเจรจาเข้าเจรจากับแกนนำ กปปส. เพื่อขอเปิดที่ทำการกระทรวงมหาดไทยเพื่อจะได้ให้บริการประชาชนได้ตามปกติต่อไป และหากการเจรจาไม่เป็นผล ศรส. จะพิจารณาใช้มาตรการเข้าจับกุมเพราะการปิดล้อมดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

5. การชุมนุมของกลุ่มชาวนาและกลุ่มเกษตรกรในขณะนี้ ศรส. พิจารณาแล้วถือเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อน จึงเป็นกลุ่มที่มีวัตถุประสงค์แตกต่างจากกลุ่มแกนนำ กปปส. ดังนั้น ศรส. จึงมิได้เข้าเกี่ยวข้องกับกลุ่มชาวนาและเกษตรกร แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังร่วมกันแก้ไขปัญหาอยู่ ซึ่งคาดว่าจะเรียบร้อยได้ในที่สุด

6. สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รายงานว่า ได้ทำการสืบสวนสอบสวนกรณีบุคคลต่างด้าว นายสาธิต เซกัล แกนนำ กปปส. แล้ว เห็นว่ามีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสั่งเนรเทศตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจะออกคำสั่งและดำเนินการโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ พล.ต.ต.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 กล่าวเพิ่มเติมถึงการสืบสวนสอบสวนกรณีบุคคลต่างด้าว นายสาธิต เซกัล แกนนำ กปปส. ว่า จากรายงานการสอบสวนและสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษได้แบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกคือช่วง พ.ร.บ.ความมั่นคง และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งในส่วนของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นายสาธิต เป็นแกนนำไปที่บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด สำหรับกระบวนการสั่งเนรเทศนายสาธิต ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะเริ่มโดยหลังจากการสืบสวนเสร็จแล้วจะส่งเรื่องเข้าคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง เพื่อให้มีความเห็น จากนั้นจะนำเสนอ ผอ.ศรส. เพื่อออกคำสั่งเพิกถอน แล้วจะสามารถผลักดันนายสาธิตออกนอกประเทศตามกฎหมายได้

พร้อมกันนี้ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวเพิ่มเติมถึงการเจรจาขอคืนพื้นที่กระทรวงมหาดไทยว่าขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา โดย ผอ.ศรส. ได้ขีดเส้นว่าถ้าถึงเวลา 15.00 น. แล้วการเจรจายังไม่เป็นผล จะเข้าทำการจับกุม แต่เน้นย้ำว่าไม่ใช่เป็นการสลายการชุมนุม เพราะที่กระทรวงมหาดไทยไม่ใช่การชุมนุม เป็นการปิดล้อมสถานที่ราชการ มีการบุกรุกนำโซ่ไปคล้อง ซึ่งเป็นความผิด ดังนั้น จะเป็นการจับกุมผู้กระทำความผิด ซึ่งมีความจำเป็นต้องจับกุมมิฉะนั้นการบังคับใช้กฎหมายจะไม่เป็นผล ศรส. พยายามใช้สันติวิธีมาโดยตลอด ทั้งการเตือน การออกประกาศต่าง ๆ รวมถึงการส่งชุดเจรจา เมื่อทำทุกอย่างแล้วไม่เป็นผล จำเป็นต้องไปสู่มาตรการตามกฎหมาย โดยมาตรการตามกฎหมายในที่นี้เป็นการจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งไม่ได้อยู่ในที่ชุมนุม ไม่ใช่มาตรการสลายการชุมนุมหรือการใช้กำลัง ทุกอย่างมีขอบเขตตามกฎหมายอยู่แล้ว ขอให้ดูตามข้อเท็จจริง

สรุปประเด็นแถลงข่าว ของทีมโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ประจำวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 11.00น.)

สรุปประเด็นแถลงข่าว ของทีมโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 
(ประจำวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 11.00น.) 
ผู้แถลง คือ พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ตร.
______________________________________________


พลตำรวจตรี อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวถึงรายละเอียดความคืบหน้าสถานการณ์การชุมนุมในเขตกรุงเทพมหานคร ว่า ขณะนี้ยังคงมีการชุมนุมอยู่ 5 เวที่ ลดลงจากเดิม 2 เวที มีเวทีคู่ขนานตามจังหวัดต่างๆ 15 จังหวัด ประกอบด้วย ภาคเหนือ 4 จังหวัด ภาคตะวันออกฉียงเหนือ 4 จังหวัด และภาคใต้ 7 จังหวัด โดยในวันนี้กลุ่มชาวนาภาคกลางได้นัดชุมนุมปิดถนนสายตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี และขณะนี้กลุ่มชาวนาที่จังหวัดกาญจนบุรี ปิดถนนที่บริเวณสามแยกท่าล้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ทั้งขาขึ้นและขาล่อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเปิดเส้นทางเลี่ยงให้แล้ว โดยผู้แทนจากฝ่ายปกครองและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรร์ก็เข้าร่วมเจรจาแล้ว ส่วนในเขตกรุงเทพมหานคร ยังคงมีการปิดสะพานพระราม8 และกระทรวงพลังงาน โดยพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้มีการเตรียมแผนรองรับเพื่อขอพื้นที่คืนโดยเน้นการเจรจา ซึ่งผลการเจรจาได้มีการขอพื้นที่คืนได้แล้วบริเวณสะพานพระราม8 ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมยินดีที่จะคืนพื้นที่ให้แก่ประชาชนเพื่อใช้สัญจรไปมาตามปกติ 

นอกจากนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการเพิ่มเติมให้รักษาพื้นที่ ด้วยการตั้งด่านตรวจอย่างเข้มแข็ง มีการแสดงกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ประชาชนได้เห็นเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกการจราจรอย่างต่อเนื่อง มีการประชาสัมพันธ์เส้นทางที่มีการปิด และเส้นทางเลี่ยง เป็นระยะๆ 

ส่วนเรื่องการดำเนินคดีในเรื่องต่างๆ กรณีที่มีการตั้งด่านและจับกุมอาวุธได้ ให้ดำเนินการตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบและขยายผล เพื่อหาความเชื่อมโยงถึงคดีอื่นๆที่อาจจะเกี่ยวข้องได้ สำหรับความผิดเกี่ยวกับกรณีการเลือกตั้งนั้น ให้มีการเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย 

ในส่วนการเร่งรัดการสืบสวนคลี่คลายคดีสำคัญนั้น วันนี้ได้มีการประชุมเร่งรัดติดตามคดี โดยมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธานการประชุม นอกจากนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้กำชับให้ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ ให้บังคับใช้กฎหมายในจุดที่สามารถกระทำได้ โดยเน้นการเก็บรวบรวมข้อมูลบุคคลเป้าหมาย เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิสูจน์ทราบกรณีมีการกระทำความผิดในวันข้างหน้า รวมถึงการจัดทำแผนเผชิญเหตุและให้มีการตรวจสอบความพร้อมของแผนเชิญเหตุนั้นด้วย 

นอกจากนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลและผู้บัญชาการเหตุการณ์พื้นที่ จะต้องมีการประสานแผนการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนร่วมกัน โดยในวันนี้ผู้แทนของฝ่ายทหารได้แถลงให้ที่ประชุมทราบถึงแผนการปรับกำลัง ในการรักษาความปลอดภัยแก่สถานที่สำคัญ ซึ่งทหารยังคงวางกำลังรักษาความปลอดภัยแก่สถานที่สำคัญตามที่ ศรส. ได้มอบหมายจำนวน 24 แห่ง ส่วนการตั้งจุดตรวจร่วมระหว่างทหารกับตำรวจ ยังคงเหลือไว้ 18 จุด จุดละ 12 นาย ร่วมกับตำรวจ ทั้งนี้สายตรวจสารวัตรทหาร ทั้งจากกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา 18.00 – 06.00 น. ของอีกวัน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สรุปการลงพื้นที่เพื่อตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายประชาชนที่เรียกร้องไม่ให้ กปปส. ขัดขวางการเลือกตั้งบริเวณสำนักงานเขตหลักสี่


วันนี้ (3 ก.พ.57) เวลา 14.30 น. ที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ในฐานะกรรมการ ศรส. พร้อมด้วย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ แถลงผลการประชุม ศรส. ประจำวันซึ่งมีมติที่สำคัญ ดังนี้   




ศรส. ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557  โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับ ศรส. ไม่ออกไปทำการขัดขวางการเลือกตั้งตามคำชี้ชวนและปลุกระดมของ กปปส. คงมีประชาชนเพียงเล็กน้อยในกรุงเทพมหานครและบางจังหวัดที่เข้าร่วมกระทำผิดกับแกนนำ กปปส.  ซึ่ง ศรส. มีความจำเป็นต้องสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง  ทั้งนี้ ภายในกำหนดอายุความ  และขอให้พี่น้องประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์หรือได้ถ่ายภาพไว้ได้ กรุณาแจ้งความร้องทุกข์หรือส่งมอบหลักฐานได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่ง หรือติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ 1599  ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ​ 

ศรส. ได้สรุปสาเหตุขัดข้องที่ กกต.ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งในบางเขตเลือกตั้งได้นั้นน่าจะมี 5 กรณี คือ ​ 

1. การเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2557  คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่สามารถจัดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ โดยมีสาเหตุมาจากกลุ่มก่อความไม่สงบ คือ กปปส. ข่มขู่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ขัดขวาง ปิดล้อมหน่วยเลือกตั้ง  ทำให้ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่สามารถเดินทางเข้ามาใช้สิทธิในหน่วยเลือกตั้งได้ 

2. ก่อนวันเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557  ได้เกิดเหตุกลุ่มก่อความไม่สงบใช้อาวุธและกำลังประทุษร้าย ปะทะกับกลุ่มเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง  เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายบาดเจ็บหลายราย และปิดล้อมสำนักงานเขตหลักสี่จนต้องประกาศงดการลงคะแนนเลือกตั้ง 

3. ก่อนวันเลือกตั้ง ถึงวันเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557  เกิดเหตุกลุ่มก่อความไม่สงบ คือ กปปส. ปิดล้อมสำนักงานไปรษณีย์ ศาลากลางจังหวัด  ที่ว่าการอำเภอ และสำนักงานเขตบางเขตในกรุงเทพมหานครจนไม่สามารถนำบัตรเลือกตั้ง  หีบบัตรเลือกตั้ง  รวมทั้งเอกสารและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเลือกตั้งเข้าไปยังหน่วยเลือกตั้งได้ 

4. ก่อนวันเลือกตั้งและในวันเลือกตั้งทั่วไป  กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบางแห่งไม่มาปฏิบัติหน้าที่และขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการ จึงไม่สามารถจัดหาบุคคลอื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทนได้ 

5. วันเลือกตั้งทั่วไป กลุ่มก่อความไม่สงบได้ขัดขวาง ปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งบางแห่ง ทำให้ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่สามารถเดินทางเข้ามาใช้สิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งได้ ​ ดังนั้น ผู้กระทำผิดต่อกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งโดยเฉพาะกลุ่มแกนนำ กปปส. จะต้องมีการดำเนินคดีต่อไป เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำผิดซ้ำขึ้นอีกในการเลือกตั้งครั้งที่จะมีต่อไป   

วันนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลและสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจได้รายงานต่อ ศรส. ว่า  ผลการสืบสวนสอบสวนเหตุกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายประชาชนที่เรียกร้องไม่ให้ กปปส. ขัดขวางการเลือกตั้งบริเวณสำนักงานเขตหลักสี่เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 นั้น  ได้ปรากฏพยานหลักฐานจากภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว พยานบุคคลในที่เกิดเหตุ  และผลการตรวจวิถีกระสุนและร่องรอยทางนิติวิทยาศาสตร์ ได้ข้อยุติในขณะนี้ว่า วิถีกระสุนและร่องรอยการใช้อาวุธปืนยิงนั้นมาจากกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่าย คือ ฝ่าย กปปส. และฝ่ายประชาชนที่ต้องการเลือกตั้ง  ซึ่งผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจจะได้ชี้แจงและแสดงพยานหลักฐาน  ในส่วนของ ศรส.นั้น ได้รับคำยืนยันจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าจะเร่งขอหมายจับกุมตัวกลุ่มผู้กระทำผิด แล้วทำการจับกุมโดยเร็วต่อไป ​ 

และในวันนี้ เวลา 13.00 น.  นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร  กรรมการ กกต.  ได้เข้าร่วมประชุมกับ ศรส. ด้วย  เพื่อจะดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้ครบถ้วนเรียบร้อยโดยเร็ว  ซึ่งทาง ศรส. จะให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ กับ กกต. อย่างเต็มที่ต่อไป   

จากนั้น พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ได้กล่าวสรุปการลงพื้นที่เพื่อตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายประชาชนที่เรียกร้องไม่ให้ กปปส. ขัดขวางการเลือกตั้งบริเวณสำนักงานเขตหลักสี่ พร้อมอธิบายผังประกอบทิศทาง และร่องรอยการเกิดเหตุ โดยสรุปพบว่ามีทิศทางเกิดเหตุทั้งหมด 42 ทิศทาง ตรวจพบปลอกกระสุนปืน 25 รายการ อาทิ ปลอกระสุนปืนอาก้า ปลอกกระสุนปืนจุด 223 ปลอกกระสุนปืน 11 มม. หัวกระสุนปืนลูกโม่ขนาด จุด 38 หัวกระสุนปืน 9 มม. รวมทั้งหมด 7 ชนิดปืน ซึ่งจะได้มีการนำหลักฐานที่ได้ไปตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบอีกครั้งต่อไป 
























สรุปประเด็นแถลงข่าว ศอ.รส.ประจำวันที่ 3 ก.พ.2557 เวลา 11.00 น.


ผู้แถลง คือ
1.พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ตร.
2.พ.ต.อ.หญิงวิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษก ตร.
3.พ.ต.ท.หญิง แพทย์หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล รองโฆษก

พลตำรวจตรี อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวสถานการณ์ประจำวันประจำวันกรณีความคืบหน้าการชุมนุมในเขตกรุงเทพมหานคร ว่า ในวันนี้สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองยังคงเป็น 7 เวทีหลักเช่นเดิมและยังคงมีการปิดสะพานพระราม8 และกระทรวงยุติธรรม นอกจากนี้ยังมีการชุมนุมเวทีคู่ขนานในต่างจังหวัดอีก 14 จังหวัด ประกอบด้วยภาคเหนือ 3 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด และภาคใต้ 8 จังหวัด โดยในวันนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. จะเดินขอบคุณพี่น้องประชาขนที่ให้การสนับสนุนไม่ไปเลือกตั้งในเมื่อวานที่ผ่านมา และในวันนี้จะมีการยุบเวที่ชุมนุม ที่ห้าแยกลาดพร้าวและเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อมารวมกันที่เวทีสวนลุมพินี

พลตำรวจตรี อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงผลการจับกุมการตั้งด่านความมั่นคงระหว่างคืนวันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมอาวุธปืน 3 กระบอก กระสุนปืน 32 นัด ยาบ้า 2 เม็ด กัญชา 1 ห่อ อาวุธมีด 1 เล่ม รวมผู้ต้องหา 4 ราย

นอกจากนี้ยังมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธยิงผู้ขับรถขึ้นไปบนสะพานไทย-ญี่ปุ่นบริเวณจามจุรีสแควร์ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน จนรถยนต์เสียหาย เหตุเกิดเมื่อเวลา 22.00 น. ของคืนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่นายประพันธ์พรหมวิศิษฐ์ อายุ 33 ปี ขับรถยนต์โตโยต้า โซลูน่า สีบรอนซ์เงิน ออกจากบริเวณตลาดสามย่านเพื่อจะกลับบ้าน จึงเลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานไทย-ญี่ปุ่น ติดวัดหัวลำโพง บริเวณจามจุรีสแควร์ ซึ่งบริเวณดั้งกล่าวไม่มีการนำสิ่งบ่งบอกว่า สะพานถูกปิดไม่ให้สัญจรแต่อย่างใด และเห็นว่ามีรถมอเตอร์ไซด์วิ่งขึ้นไปได้ จึงได้ขับตามขึ้นไป โดยมีรถยนต์ตามขึ้นมาอีกหลายคัน แต่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้กลับรถบริเวณกลางสะพาน เนื่องจากเห็นว่ามีแนวรั้วกันเล็กน้อย จึงได้หยุดรถและเปิดกระจกเพื่อบอกให้รถคันหลังถอยลงจากสะพาน จากนั้นไม่นานก็มีเสียงปืนดังมาจากทางแนวรั้วกั้นโดยเป็นยิงใส่รถคันดังกล่าว โดนบริเวณกระจกด้านหน้าทะลุกระจกหลัง และกระจกข้าง จึงได้ขับขี่รถถอยหลังไปชนรถคันหลังที่ขับขี่ตามมา จากนั้นได้รีบขับรถไปรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลเทพธารินทร์
และมีผู้ประสบเหตุในลักษณะเดียวกันในช่วงเวลาใกล้เคียงกันอีก จำนวน 2 ราย ที่ได้มาแจ้งความเอาไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน คือ 1. ร้อยตำรวจเอก ศิริบุญธรรม ฟักทอง อายุ 35 ปี 2. นางสาวสุลีพร แก้วสีหมอก อายุ 30 ปี จากเหตุดังกล่าว พลตำรวจเอก เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลให้ดำเนินการควบคุมเส้นทางที่เข้าสู่พื้นที่การชุมนุม โดยแจ้งให้มีการปิดเส้นทางอย่างชัดเจนเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบว่าไม่สารถผ่านเส้นทางนี้ได้ ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป

พลตำรวจตรี อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงสถานการณ์การเลือกตั้งทั่วประเทศ ในเมื่อวานที่ผ่านมา พบว่า หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร มีทั้งสิ้น 93,952 หน่วยเลือกตั้ง สามารถดำเนินการเลือกตั้งได้ร้อยละ 89 จัดให้มีการเลือกตั้งไม่ได้ประมาณร้อยละ 11 มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งโดยการฉีกบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศ 8 คดี จากผลสรุปของศูนย์บริการประชาชนที่ได้มีประชาชนร้องเรียนถึงความเดือดร้อนจากการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2557 ทั่วประเทศ1,590 ครั้ง และเฉพาะวันที่ 2 กุมภาพันธ์มีประชาชนร้องเรียนเข้ามา 8,855 ครั้ง รวมมีการร้องเรียนจากประชาชนจากการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2557 ทั้งสิ้น 10,455 ครั้ง พร้อมกันนี้รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประชาสัมพัน์ไปยังประชาชนทั่วประเทศ หากพี่น้องประชาชนท่านใดได้รับความเดือดร้อนจากการขัดขวางการไปใช้สิทธิ์สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่งทั่วประเทศ หรือกองบังคับการปราบปราม นอกจากนี้ยังกล่าวถึงหน้าของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้ว่าวานนี้จะเป็นการเลือกตั้งทั่วไปทั่วประเทศซึ่งแม้จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ก็ยังคงจะมีการเลือกตั้งในส่วนที่ยังไม่สามารถเลือกตั้งได้ต่อไปอีก โดยศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะยังคงทำหน้าที่ต่อไปเช่นเดิม โดยจะจำกัดลงเฉพาะพื้นที่ที่ยังไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้เท่านั้น โดยมีภารกิจในการควบคุมดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเช่นเดิม แต่จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นในพื้นที่ที่ยังจัดให้มีการเลือกตั้งไม่ได้ โดยมีภารกิจสนับสนุนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สามารถจัดการเลือกตั้งให้สำเร็จลุล่วงไปได้

พันตำรวจเอกหญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีการชุมนุมของเกษตรกรชาวนาของภาคตะวันตก มีการปิดถนนบริเวณแยกต่างระดับวังมะนาว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์ทางเลี่ยงขาออกจากกรุงเทพฯเพื่อลงสู่ภาคใต้ เส้นทางแรกที่ก.ม.70 ให้เข้าถนนเลียบชายทะเล และบริเวณที่ ก.ม.83 ให้วิ่งตัดเข้าถนนเพชรเกษมที่ก.ม.127 และในบริเวณดังกล่าวมีแนวโน้มที่เกษตรกรชาวนาจะมีกการยกระดับปิดพื้นที่ในบริเวณดังกล่าว ส่วนขาเข้ากรุงเทพฯให้ใช้เส้นทาง ก.ม.86 วิ่งเข้าเส้นทางเลี่ยงบริเวณถนนพระราม2 หรือใช้ถนนเพชรเกษมวิ่งเข้าราชบุรีแล้วตัดเข้ากรุงเทพฯ 

พันตำรวจโทหญิง แพทย์หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการเจ็บป่วย ในขณะทำหน้าที่ดูแลควลคุมฝูงชน ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2556 จนถึงปัจจุบัน มีตำรวจได้รับบาดเจ็บ จำนวน 281 ราย และเสียชีวิต 6 ราย โดยที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ รพ.ตร.ได้มีการดูแลข้าราชการตำรวจเป็นอย่างดี และยังได้มีการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อเข้าไปดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจุดต่างๆที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่

โฆษก บช.น. แถลงข่าวสถานการณ์ชุมนุม (วันที่ ๓ ก.พ.๕๗ เวลา ๑๕.๓๐ น.)


กองบัญชาการตำรวจนครบาลขอแถลงข่าวเหตุการณ์ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันอาทิตย์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้สรุปสถิติข้อมูลการรับแจ้งความคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ดังต่อไปนี้

๑. คดีกล่าวโทษคณะกรรมการการเลือกตั้ง จำนวน ๑๑ คดี ข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ และ “ร่วมกันเป็นกรรมการเลือกตั้งฯ หรือผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานในการเลือกตั้ง จงใจไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ หรือกระทำอื่นใดเพื่อขัดขวางมิให้เป็นไปตามกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง” ตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งวุฒิสภา พ.ศ.๒๕๕๐
โดยได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.ดินแดง, สน.ลาดพร้าว, สน.หัวหมาก, สน.บึงกุ่ม, สน.ยานนาวา, สน.บางรัก, สน.ปทุมวัน (๒ คดี) และสน.บางมด (๓ คดี)

๒. คดีกล่าวโทษกลุ่ม กปปส. เดินทางไปขัดขวางการเลือกตั้ง จำนวน ๔ คดี ตาม ม.๗๖ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งวุฒิสภา พ.ศ.๒๕๕๐ กรณี “ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการใดโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้”
โดยได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.พญาไท, สน.ดินแดง, สน.ทุ่งสองห้อง, และสน.ธรรมศาลา

๓. คดีฉีกบัตรเลือกตั้ง ตามมาตรา ๑๔๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งวุฒิสภา กรณี “ทำบัตรเลือกตั้งชำรุดหรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย” จำนวน ๑ คดี โดยได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.มีนบุรี

๔. กรณีผู้ไม่ได้ใช้สิทธิในวันเลือกตั้งฯ เดินทางมาลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จำนวน ๘,๖๗๖ ราย

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ประชาชนที่ไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ สามารถลงบันทึกประจำวันได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านได้ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อำนวยความสะดวกด้วยการเตรียมแบบฟอร์มเอกสารบันทึกประจำวันไว้เรียบร้อยแล้ว

ประชาชนที่ไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ สามารถลงบันทึกประจำวันได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านได้ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อำนวยความสะดวกด้วยการเตรียมแบบฟอร์มเอกสารบันทึกประจำวันไว้เรียบร้อยแล้ว